รมช.มท.ตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันอุทกภัย-ตั้งเป้าลดผลกระทบ ปชช.
20 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

รมช.มท.ตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันอุทกภัย จ.อุบลราชธานี - ย้ำลดผลกระทบ ปชช.ให้มากที่สุด กำชับ จนท.พร้อมบริหารจัดการสถานการณ์อย่างทันท่วงที
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

รมช.มท.ตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันอุทกภัย จ.อุบลราชธานี - ย้ำลดผลกระทบ ปชช.ให้มากที่สุด กำชับ จนท.พร้อมบริหารจัดการสถานการณ์อย่างทันท่วงที
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ด้านอุทกภัย) จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 (Ubon-Dmex 2026) ที่หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ ข่ายวิทยุบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น พร้อมทั้งได้ใช้วิทยุสื่อสารทดสอบการรายงานสถานการณ์ร่วมกับที่ทำการปกครองอำเภอ และเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์ รวมถึงนิทรรศการแอปพลิเคชัน "พ้นภัย" ของสภากาชาดไทย และการป้องกันอัคคีภัย ภัยสารเคมีอันตรายรั่วไหล ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ก่อนจะเดินทางต่อไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของสถานีต่าง ๆ ได้แก่ สถานีการอพยพประชาชนและการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ สวนสาธารณะห้วยม่วง อำเภอเมืองอุบลราชธานี สถานีการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ ทางอากาศ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การซ้อมแผนเผชิญเหตุที่อุบลราชธานีเกิดจากดำริของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ที่มีความกังวลและอยากจะดูความพร้อมของทุก ๆ หน่วยงานในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในทุก ๆ ด้าน จึงได้กำหนดที่อุบลราชธานี และมอบหมายให้ตนมาดูแลและคอยประสานงานในนามรัฐบาลว่าเกิดปัญหาอะไร เพื่อเราจะได้สนับสนุนการแก้ไข โดยเราได้เริ่มที่จังหวัดเชียงราย เพชรบูรณ์ และวันนี้มาที่อุบลราชธานี ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็จะมีการฝึกที่แตกต่างกันไป และสุดท้ายแล้วเราจะไปทำแผนซ้อมใหญ่กันที่พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ต้องเผชิญเหตุหนักมากในพื้นที่หาดใหญ่ เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา
"ภัยพิบัติ คือ ข้าศึก แผนเผชิญเหตุ คือ ยุทธศาสตร์ การฝึกซ้อมเปรียบเสมือนสนามฝึก พวกเราก็คือแนวหน้า ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ข้าศึกของเรามีมาเรื่อย ๆ ชัยชนะของเรา คือ การทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ลดความสูญเสีย รวมถึงการคืนสภาพเดิมให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งการซ้อมนั้น กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ หน่วยงานเองก็ต้องซ้อมในหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน แล้วก็มาซ้อมรวมกันหลายรอบ ก่อนจะมาถึงการซ้อมรวมใหญ่ในวันนี้" รมช.มหาดไทย กล่าว
นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำว่า การฝึกคือการจดจำ วันนี้เรารู้ในหน้าที่ของแต่ละคน พี่น้องประชาชนก็ต้องตระหนักรู้ว่าหน้าที่ของเขาคืออะไร เมื่อเวลาก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย หลังเกิดภัย ส่วนราชการก็ต้องรู้ว่าหน้าที่ของเราคืออะไร และ "สิ่งสำคัญคือการบูรณาการ" เพราะไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่จะเอาชนะได้ ต้องมีการบูรณาการ ความสมัครสมานสามัคคี รู้เขา รู้เรา วันนี้สถานการณ์โลกทวีความรุนแรง ทั้งโลกเดือด ลานีญา เอลนีโญ ภัยไม่มีลดลง มีแต่เพิ่มหนักขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลตระหนักดี เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ยกเรื่องภัยมาเป็นหลักมากขึ้น เพราะภัยอาจจะรุนแรงขึ้นหรือบางที่ความรุนแรงน้อยลง แต่เกิดเหตุบ่อยขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาประสบการณ์การดำเนินชีวิตด้วยวิถีชาวบ้านอาจจะบอกว่ามันไม่เกิดเหตุหรอกในเดือนนี้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว ภัยพิบัติมีโดยตลอด
"แต่สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อได้ และเอามาปฏิบัติได้ คือ "เทคโนโลยี" แม้ว่าภัยจะพัฒนา เราก็มีการพัฒนา มีดาวเทียม มีสถานีวัดปริมาณน้ำฝน ดินโคลนสไลด์ และอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อจะเข้าถึงเหตุการณ์ มีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เราทบทวนแล้วทบทวนอีก ตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านได้ตระหนักเลยว่า วันที่เราแจ้งเตือนมายังหน่วยงานว่ากำลังจะเกิดเหตุ "มันมาแน่นอน" สุดท้ายนี้ สิ่งที่เราต้องมีในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะกับพวกเราที่อยู่ในห้องนี้ คือ "การกล้าที่จะต้องตัดสินใจ" กล้าที่จะลงมือ สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญ สุดท้ายถ้าข้อมูลมีอะไร เรามีอำนาจแต่ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าที่จะใช้ข้อบังคับหรือระเบียบต่าง ๆ มันก็จะติดขัด และสุดท้ายคือสัญชาตญาณ ตนเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าจะมีการแจ้งเตือนหรือมีเหตุการณ์ใด ๆ ก็แล้วแต่ สุดท้ายก็คือ "สัญชาติญาณของพวกเราที่เราต้องกล้าตัดสินใจ" รมช.มหาดไทย กล่าว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลกำลังพลเจ้าหน้าที่ในการฝึกซ้อมให้มีความปลอดภัย เพราะจะต้องเจอสภาพอากาศ ทั้งความร้อน และแรงกดดัน สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การสื่อสาร ที่วันนี้อาจจะยังมีข้อบกพร่องบ้าง ก็ต้องเช็คให้ดี วิทยุเป็นสิ่งสำคัญมาก และหวังว่าการปฏิบัติหน้าที่จะก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน จิตอาสา "เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน" และขอฝากรองผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ ปภ. เขต ช่วยดูแลจดจำการฝึก เพื่อที่จะนำไปประยุกต์ในสถานการณ์จริงของแต่ละจังหวัดได้
นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า การจัดการภัยพิบัติเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเรามีการซักซ้อมภัยในทุกรูปแบบ ซึ่งในปีนี้ เรามาเน้นในเรื่อง "อุทกภัย" โดยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกพื้นที่ในการฝึกซ้อม ทั้งที่เชียงราย เพชรบูรณ์ และวันนี้มาที่จังหวัดอุบลราชธานี และในพื้นที่ต่อไป คือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนเรามีความร่วมมือกัน เพื่อที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤติจากภัยพิบัติ เพราะแน่นอนว่า สถานการณ์โลกมีวิวัฒนาการของภัยมากขึ้นและเกิดบ่อยขึ้น แต่เราก็มีเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาและนำมาใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เกิดวิกฤตภัยพิบัติในทุกด้าน และขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แล้วต้องตระหนักถึงหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ การย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงที่มีความปลอดภัย รวมถึงกระบวนการเยียวยาว่า ภาครัฐจะทํางานอย่างเต็มที่ เพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกหน่วยงานได้สนับสนุนอากาศยาน เรือกู้ภัย เจ็ตสกี รถพยาบาล รถกู้ภัย กำลังพล และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยฝึกซ้อม รวมถึงพี่น้องแพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ อส. เจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคม มูลนิธิ จิตอาสาพระราชทาน และฝ่ายต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งในภายภาคหน้า ถ้าเกิดอุทกภัยขึ้น แน่นอนว่าภาครัฐก็จะนำแผนเหล่านี้มาประยุกต์ใช้โดยอุดช่องโหว่ข้อบกพร่องที่ซ้อมครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์จริงได้อย่างทันท่วงที และต้องฝากหน่วยงานทุกหน่วยงานนําประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง เพราะแน่นอนว่าในสถานการณ์จริง เครื่องไม้เครื่องมือ กําลังพล อาจจะไม่ได้พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ ก็ขอให้พึงระลึกไว้ว่า เมื่อมีการแจ้งเตือน ขอให้ทุกคนพร้อมที่จะทําหน้าที่ และรอรับคําสั่งจากผู้บัญชาการเหตุการณ์ รวมถึงติดตามรับฟังความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนเพื่อบริหารจัดการเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและครอบคลุมครบถ้วน และขอฝากให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนจากชุมชน จากหน่วยงานท้องถิ่น และการแจ้งเตือนในระดับประเทศ วันนี้เรามีเทคโนโลยี เรามีประสบการณ์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงเหตุที่จะต้องเผชิญหลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือน และขอให้มั่นใจว่า "ทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน จะมีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นแน่" ขอให้เราตระหนักและรู้ถึงหน้าที่ของเราในทุก ๆ คน ทุก ๆ หน่วยงาน"
"นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้หน่วยงานราชการวางแผนทั้งเรื่องโครงการและงบประมาณต่าง ๆ ทั้งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงกรมชลประทาน ซึ่งเป็นการพัฒนาระยะยาว แต่การมาซ้อมแผนเผชิญเหตุในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ถ้าพี่น้องประชาชนประสบเหตุ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ให้ความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น ท้องถิ่น ที่มาแจ้งเตือน รวมถึงข้อความ Cell Broadcast แจ้งเตือน ซึ่งเมื่อทุกคนได้รับข้อความแล้ว ทุกคนจะต้องรู้ว่าหน้าที่ของเรา คือ เคลื่อนย้ายอพยพไปยังจุดรวมที่ปลอดภัย โดยสิ่งที่สำคัญอีกประการ นั่นคือ ผู้นำ ทั้งผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ภาคราชการ และในภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ก็ยังมีผู้นำจิตวิญญาณ ซึ่งผู้นำคือผู้ที่จะนำพาให้พี่น้องประชาชนได้ปลอดภัยในทุกสถานการณ์" รมช.มหาดไทย กล่าว
นายเจเศรษฐ์ ยังได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า สิ่งสำคัญ ขอให้พวกเราได้มั่นใจทางรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงทุกหน่วยงานที่มาร่วมบูรณาการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งแน่นอนว่า วันนี้ภัยเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปเรื่อย ๆ บางทีก็นานขึ้น บางทีก็มาเร็วขึ้น และบางทีก็หนัก ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกัน ทั้งดาวเทียมที่สามารถระบุได้ว่า ปริมาณน้ำจะมาเมื่อไหร่ จะถึงเมื่อไหร่ และจะสูงประมาณไหน ขอให้เรามั่นใจว่าเราจะรู้สถานการณ์ก่อน ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนว่า จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และขอฝากท้องถิ่นและท้องที่ว่า ทุกครั้งที่มีเหตุ ท่านไม่ต้องรอดูว่าเป็นภัยระดับใด ถ้าเห็นว่าเครื่องไม้เครื่องมือใดที่ขาด ขอให้ประสานมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เลย รวมถึงประสานฝ่ายปกครองนำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.กู้ภัย) ร่วมปฏิบัติภารกิจ และหลังจากเกิดภัย เรามีระบบเยียวยาที่ตอนนี้มีแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี เช่น ทางรัฐ สามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้าไปกรอกข้อมูลและรัฐสามารถจ่ายข้อมูลจ่ายเงินตรงไปที่ท่านได้เลย ภายหลังจากได้ทำการสำรวจและยืนยันข้อมูลตามระเบียบของทางราชการแล้ว เพื่อที่จะเยียวยาให้ท่านได้เร่งฟื้นฟูทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว และในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรม ปภ. ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนและทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับกรม ปภ. และเสียสละเวลามาร่วมฝึกซ้อมเผชิญเหตุในวันนี้ เพื่อเราจะได้นำจุดเด่นและข้อด้อยไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนา ทำให้พี่น้องประชาชนที่พักอาศัยในทุกจังหวัดได้รับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อย่างทันท่วงที