เนชั่นทีวี

ข่าว

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

09 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้ ผ่านมุมมองเทคโนโลยี LiDAR

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้ ผ่านมุมมองเทคโนโลยี LiDAR

KEY

POINTS

  • GISTDA ใช้เทคโนโลยี LiDAR ไขปริศนา "ดวงตาเมืองไทย": นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับร่วมกับระบบ LiDAR (Light Detection and Ranging) สแกนทะลวงม่านใบไม้หนาทึบในพื้นที่ชุ่มน้ำ จ.ปทุมธานี เผยให้เห็นโครงสร้างพื้นผิวสัณฐานภูมิประเทศในรูปแบบแผนที่ความสูง 3 มิติ (Point Cloud) อย่างแม่นยำระดับเซนติเมตร

 

  • ความจริงปรากฏคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้": จากการส่งโดรนบินสำรวจพื้นที่จริงเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 พบว่าพื้นที่ขนาดกว่า 100 เมตรนี้ คือแพวัชพืชและดินที่ขาดจากฝั่งและลอยตัวเหนือผิวน้ำ เมื่อโดนกระแสลมพัดจึง "หมุนรอบตัวเองช้า ๆ" และเสียดสีกับตลิ่งจนขอบเกาะกลายเป็นทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ" คล้ายดวงตา

 

  • เทคโนโลยีอวกาศเพื่อความเข้าใจธรรมชาติ: ภาพสแกนนี้พิสูจน์ว่าภูมิสารสนเทศไม่ได้มีไว้เพียงแค่สำรวจป่าไม้หรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเป็นดวงตาสำคัญในการช่วยมนุษย์ไขข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

9 มิถุนายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

 

ไขความลับ “ดวงตาเมืองไทย”  หรือ "The Eye Thailand" ปรากฏการณ์ธรรมชาติผ่านมุมมองเทคโนโลยี LiDAR จาก GISTDA

 

 

 

 

ภาพลวดลายวงกลมปริศนาที่มีสีสันแปลกตาที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่ภาพวาดศิลปะหรือภาพถ่ายจากดาวเทียมทั่วไป แต่เป็น "แผนที่ความสูงจากจุดข้อมูล (Point Cloud)" ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับร่วมกับเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging)” ของ GISTDA ซึ่งได้เข้าไปช่วยไขปริศนาความลับของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดปทุมธานี หรือที่เรียกกันว่า "ดวงตาเมืองไทย"

 

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

 

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

 

 

 

 

 

 

ไลดาร์ (LiDAR) ทะลวงม่านใบไม้ เผยให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พืชพรรณอย่างละเอียด ในพื้นที่ชุ่มน้ำของปทุมธานีที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้หนาทึบ การมองจากภาพถ่ายทางอากาศปกติอาจเห็นเพียงผืนป่าสีเขียวที่กลมกลืนกันไปหมด แต่เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์ลงมายังพื้นผิวโลกแล้วจับเวลาที่แสงสะท้อนกลับไปที่ตัวรับสัญญาณ ทำให้สามารถวัด "ความสูง" และ "ระยะทาง" ได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร


 
เมื่อนำข้อมูลมาสร้างเป็นภาพ 3 มิติ (ดังภาพที่ปรากฏ) จะมีการใช้ "สี" แทนระดับความสูง:


-สีเขียว เหลือง และส้ม: แทนความสูงระดับยอดไม้หรือพุ่มพงที่ขึ้นปกคลุมหนาแน่น
-สีฟ้าและน้ำเงิน: แทนระดับพื้นผิวดินหรือพื้นที่ที่ต่ำกว่า
-รอยแยกสีดำรูปวงพระจันทร์ (ร่องน้ำ): คือจุดสำคัญที่ LiDAR ไม่สามารถสแกนทะลุลงไปในบริเวณที่เป็นน้ำได้ ทำให้มองเห็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นสีดำ

 

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

 

GISTDA ไขความลับ "The Eye Thailand" เผยผลสำรวจ ชี้ชัดเป็น "เกาะวัชพืชลอยน้ำ" ที่หมุนได้

 

 

จากร่องรอยเกษตรกรรม สู่ปรากฏการณ์ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ด้วยลักษณะวงกลมที่สมบูรณ์แบบนี้ เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นร่องรอยการจัดการที่ดินในอดีต เช่น การขุดดินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนจะร้างจนวัชพืชขึ้นปกคลุม แต่เมื่อเทคโนโลยี LiDAR เผยให้เห็นร่องรอยการแยกตัวที่ชัดเจน และนำไปสู่การลงพื้นที่จริงด้วยการบินโดรนสำรวจเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ความจริงจึงปรากฏ
 
พื้นที่ขนาดกว่า 100 เมตรนี้แท้จริงแล้วคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" (Rotating Floating Island) เกิดจากการสะสมตัวของแพวัชพืชและดินที่ขาดออกจากฝั่ง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อวัชพืชมีการเติบโตและเพิ่มปริมาณมากขึ้น และมีการเกาะตัวกันแน่น ผนวกกับมีกระแสลมพัดผ่าน เกาะทั้งเกาะจึง "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนและเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกนับครั้งไม่ถ้วน เปรียบเสมือนเครื่องกลึงธรรมชาติที่ขัดเกลาให้ขอบเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ กลายเป็นรูปทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ" อย่างน่าทึ่ง

 


 
ภาพสแกน LiDAR ของ GISTDA ภาพนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า

เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสำรวจสิ่งปลูกสร้างหรือป่าไม้เท่านั้น แต่ยังเป็น "ดวงตา" สำคัญที่ช่วยให้มนุษย์มองเห็นและทำความเข้าใจของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ เผยให้เห็นสัณฐานภูมิประเทศที่ตาเปล่ามองไม่เห็น และช่วยไขข้อเท็จจริงของ "ดวงตาเมืองไทย" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวิถีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

หมายเหตุ:


-ภาพ Orthophoto เป็นภาพถ่ายจริงจากโดรน 👉ใช้ดูสภาพพื้นที่จริง
-ภาพ Height ใช้ดูความสูงของพื้นที่ 👉ใช้เพื่อการวิเคราะห์ภูมิประเทศ
-ภาพ RGB Point Cloud เป็นข้อมูลสามมิติพร้อมสีจริง 👉ใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึกและสร้างโมเดล 3D

 

 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีไลดาร์ โปรดติดต่อฝ่ายแผนที่และสำรวจ สำนักนวัตกรรมเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ GISTDA email: [email protected]

 

 

#GISTDA #เทคโนโลยีอวกาศ #เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ #space #geoinformatics #LiDAR #3D #อว