นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า ในวันนี้ สคบ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ร้องเรียนเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์ใช้ช่องทางออนไลน์เสนอบริการติดตั้ง และข้อสัญญาไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนติดตั้งได้ สคบ. จึงนัดหมายสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเพิ่มเติม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าวต่อไป
นอกจากนี้ สคบ. จะพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” และให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” เป็นการเฉพาะ พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ
ดังนั้น ขอเตือนพี่น้องประชาชนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขอให้ตรวจสอบฉลากอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนซื้อ ดูชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก. และเก็บหลักฐานสัญญาทุกฉบับไว้เรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา อย่าหลงเชื่อราคาถูกผิดปกติ หรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจต้องเสียทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต
ส่วนผู้ประกอบการ หาก สคบ. ตรวจพบสินค้าไม่ติดฉลาก แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ข้อความฉลากอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด