"เลขาฯ ศอ.บต." ชูประเพณีดั้งเดิม "มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" หนุน "สันติสุข" ปัตตานี
08 มี.ค. 2569
"เลขาฯ ศอ.บต." ชูประเพณีดั้งเดิม "มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" สืบทอดนับร้อยปี หนุน "สันติสุข" เบ่งบานกลางใจเมืองปัตตานี
ข่าว
08 มี.ค. 2569
"เลขาฯ ศอ.บต." ชูประเพณีดั้งเดิม "มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" สืบทอดนับร้อยปี หนุน "สันติสุข" เบ่งบานกลางใจเมืองปัตตานี
8 มีนาคม 2569 เสียงรัวกลองที่กระหน่ำเน้นหนักผสานเสียงฉาบดังกึกก้องสะท้อนไปตามตึกแถวเก่าแก่ ย่านถนนอาเนาะรู หน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) จังหวัดปัตตานี
ไม่ใช่เพียงสัญญาณของการเริ่มต้นเทศกาลตามประเพณีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมานับร้อยปีเท่านั้น แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้งผ่านสายตาของนักยุทธศาสตร์และการพัฒนาพื้นที่
นี่คือ "หมุดหมายสำคัญ" ของการประกาศศักยภาพและการสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นกำลังผลักดันอย่างหนักหน่วง เพื่อเปลี่ยน "ภาพจำ" จากพื้นที่ขัดแย้งสู่ "พื้นที่แห่งโอกาสและการท่องเที่ยวระดับสากล"
บรรยากาศบริเวณหน้าศาลเจ้าฯ กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยสีสันที่ฉูดฉาดอีกครั้งในพิธีเปิดการแข่งขัน "การเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย ประเทศไทย ประจำปี 2569" ซึ่งถูกยกระดับให้เป็นไฮไลต์สำคัญของเทศกาลท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน ภายใต้ชื่อ "กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว"
การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการโชว์ความสวยงาม แต่คือการรวมตัวของยอดฝีมือคณะสิงโตชั้นนำ 10 คณะจากทั่วประเทศ ที่ต้องมาประชันทักษะ ความกล้าหาญ การทรงตัว และความพร้อมเพรียงบนเสาเหล็กที่สูงชันท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์
ทุกย่างก้าวที่คณะเชิดสิงโตกระโจนจากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์และสายตานับพันคู่ที่จับจ้อง คือภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของผู้มาเยือน การบริหารจัดการงานที่มีการอารักขาความปลอดภัยในระดับสูงสุดควบคู่ไปกับการต้อนรับที่อบอุ่น กลายเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า ปัตตานีพร้อมแล้วสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวปริมาณมหาศาล
การปรากฏตัวของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากจังหวัดปัตตานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมูลนิธิเทพปูชนียสถานฯ สะท้อนให้เห็นว่านี่คืองานที่รัฐให้ความสำคัญในระดับนโยบายอย่างยิ่ง
นายปิยะศิริ ได้กล่าวถึงนัยสำคัญของงานนี้ว่า สิงโตคือสัตว์มงคลตามตำนานจีนที่มีอิทธิฤทธิ์ในการบันดาลโชคลาภและปัดเป่าภัยอันตราย การได้ชมการแสดงต่อหน้าศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจึงเปรียบเสมือนการรับพลังงานบวกและการเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต
แต่ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน นายปิยะศิริ เน้นย้ำว่า งานนี้คือความร่วมมือที่น่าชื่นชมระหว่างสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี อบจ.ปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี และภาคเอกชน ที่ต้องการรักษาจารีตประเพณีควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นยิ่งใหญ่กว่าแค่ตัวเงิน แต่มันคือการสร้าง "พื้นที่กลาง" ที่ทุกคนทุกศาสนาสามารถมามีความสุขร่วมกันได้
ทว่าในมิติของประชาชนในพื้นที่ผู้มาร่วมงาน การที่คณะสิงโตจากหลากหลายภูมิภาคเดินทางมารวมตัวกันที่นี่ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพื้นที่ ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงระบุไว้ว่า “ความเชื่อมั่นคือสินค้าที่แพงที่สุดในชายแดนใต้” และภาพการกระโดดของสิงโตบนเสาสูงคือตัวชี้วัดความเชื่อมั่นนั้นที่จับต้องได้จริงที่สุด
นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มองว่างานสมโภชฯ ในปีนี้มียอดผู้เข้าร่วมงานสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานราก ตั้งแต่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงหาบเร่แผงลอยในตัวเมืองปัตตานี ขณะที่คณะกรรมการมูลนิธิเทพปูชนียสถานฯ ระบุว่า การเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยกลายเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจศิลปะการร่ายรำที่ผสมผสานทักษะยิมนาสติกขั้นสูง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ปัตตานีเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภูมิภาคอาเซียน
ยุทธศาสตร์การใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมขับเคลื่อนความมั่นคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ปัตตานี ก่อนหน้านี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน ณ มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา (ฉือเซี่ยงตึ้ง) ร่วมกับ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อทำพิธีเปิดประตูศาลและอัญเชิญองค์พระจำลองประทับเกี้ยว ท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังสนั่นรอบเมืองยะลา
กิจกรรมเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังนักลงทุนและนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วย "เส้นทางสายศรัทธา" การเดินเท้าเยี่ยมชม “ชุมชนหัวตลาด” บนถนนอาเนาะรู และการเข้าชม “บ้านฮกหิ้น” บ้านไม้สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
คือภาพสะท้อนของแคมเปญ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" ที่รัฐพยายามยกระดับชุมชนต้นแบบให้เป็นจุดขายใหม่ โดยมีการนำเทคโนโลยี Mapping "กตัญญูคู่ฟ้า มหาสัทธาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" มาสร้างมิติใหม่ที่ทันสมัย ทำให้วัฒนธรรมมีชีวิตและเข้าถึงคนทุกกลุ่มวัย
นายปรีชา แดดแดง ชาวจังหวัดปัตตานี ได้ให้สัมภาษณ์ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันว่า ภาพสิงโตที่กระโดดโลดเต้นอยู่บนเสาสูงท่ามกลางเสียงเชียร์ของพี่น้องชาวพุทธ คริสต์ และมุสลิม ที่ยืนเบียดเสียดชมการแสดงด้วยรอยยิ้ม คือภาพจำที่ชาวปัตตานีต้องการฉายให้โลกเห็นว่า "ที่นี่มีมุมที่งดงามและเปี่ยมด้วยพลังเสมอ" ความสุขที่เห็นได้ชัดเจนบนใบหน้าของคนในพื้นที่ คือคำตอบที่สำคัญกว่าตัวเลขทางสถิติเศรษฐกิจใดๆ
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สิ้นสุดลงในคืนชิงแชมป์ไม่ได้จบลงเพียงแค่การมอบถ้วยรางวัล แต่มันคือการประกาศศักดาว่า "ความกตัญญู" และ "ศรัทธา" คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤต แม้เสียงกลองสิงโตจะเงียบลงหลังจบงานสมโภช แต่โจทย์ใหญ่ของ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการรักษา “โมเมนตัม” ของความเชื่อมั่นนี้ให้คงอยู่ยาวนาน
