svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมผู้หญิงถูกจำกัดโอกาสการเลือกตั้ง - การเมือง

08 มี.ค. 2569

ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมผู้หญิงกับการเลือกตั้งและการเมือง เนื่องในวันสตรีสากล จากสถิติพบว่าผู้หญิงยังถูกจำกัดโอกาสให้อยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อเทียบกับผู้ชาย

8 มีนาคม 2569 ตรงกับวันสตรีสากล ดร.ถวิลวดี บุรีกุล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และเคยได้รับรางวัลเนื่องในวันสตรีสากล ได้นำเสนอบทความเชิงวิเคราะห์ เนื่องในวันสตรีสากล: ภาพสะท้อนจากการเลือกตั้งไทย ระบุว่า วันสตรีสากลเป็นวันสำคัญที่ทั่วโลกใช้ทบทวนความก้าวหน้าและความท้าทายของการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ บทบาทของผู้หญิงในกระบวนการเลือกตั้งและการเมืองจึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญประการหนึ่งของระดับความเป็นประชาธิปไตยในสังคม

 

ในบริบทของประเทศไทย การเลือกตั้งทั่วไปในช่วง พ.ศ. 2562 , 2566 และ 2569 สะท้อนให้เห็นทั้งโอกาส ความก้าวหน้า และข้อจำกัดของผู้หญิงในการเข้าถึงอำนาจทางการเมือง แม้รัฐธรรมนูญไทยจะรับรองหลักการความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงอย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ ผู้หญิงยังคงมีสัดส่วนในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่ำกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล

 

ในระดับโลก ผู้หญิงมีสัดส่วนในรัฐสภาประมาณ 27.2% ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ยังห่างไกลจากความเท่าเทียมอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันหลายประเทศสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในรัฐสภาได้เกินกึ่งหนึ่งผ่านมาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การกำหนด gender quota หรือการกำหนดสัดส่วนผู้สมัครหญิงของพรรคการเมือง

 

สำหรับประเทศไทย สัดส่วนผู้หญิงในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่ประมาณ 19.6% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าผู้หญิงไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในการเข้าถึงอำนาจทางการเมือง

ข้อมูลจากการเลือกตั้งยังแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนผู้สมัครหญิงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ผู้สมัครหญิงคิดเป็นประมาณ 22.14% ของผู้สมัครทั้งหมด ลดลงเหลือ 19.86% ในปี 2566 และ 17.93% ในปี 2569 นอกจากนี้ โอกาสที่ผู้สมัครหญิงจะได้รับเลือกตั้งยังอยู่ในระดับต่ำมาก ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งปี 2566 ผู้สมัครหญิงในระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน มีผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึงหนึ่งคนเมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมด

 

ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ บทบาทของพรรคการเมือง ซึ่งมักส่งผู้สมัครชายจำนวนมากกว่า และมักจัดลำดับผู้สมัครหญิงไว้ในตำแหน่งที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งน้อยกว่า ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์นโยบายการเลือกตั้งปี 2569 ยังพบว่า มีเพียงไม่กี่พรรคการเมืองที่เสนอแนวนโยบายเกี่ยวกับสิทธิสตรีหรือความเสมอภาคทางเพศอย่างชัดเจน และพรรคเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในสภา

 

ดังนั้น ข้อมูลจากการเลือกตั้งจึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ผู้หญิงไทยจะมีบทบาทสำคัญในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนา แต่ในเวทีการเมือง พื้นที่ของผู้หญิงยังคงจำกัดอยู่ในระดับหนึ่ง

 

การเปรียบเทียบโอกาสที่ผู้สมัครชายและหญิงจะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งสามครั้ง ได้แก่ ปี 2562, 2566 และ 2569 โดยวัดเป็น ร้อยละของโอกาสได้รับเลือก

 

ผลการวิเคราะห์สะท้อนให้เห็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างระหว่างผู้สมัครชายและหญิงในระบบการเมืองไทย

 

1. การเลือกตั้งปี 2562

ผู้สมัครหญิงมีโอกาสได้รับเลือก 4.38% เมื่อเทียบกับผู้สมัครหญิงด้วยกัน แต่เมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมด โอกาสเหลือเพียง 0.64% ขณะที่ผู้สมัครชายมีโอกาสได้รับเลือกสูงกว่า โดยอยู่ที่ 2.89% เมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมด

 

2. การเลือกตั้งปี 2566

โอกาสของผู้สมัครหญิงลดลงเหลือ 3.77% เมื่อเทียบกับเพศเดียวกัน และยังคงต่ำมากเมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมด ขณะที่ผู้สมัครชายมีโอกาสได้รับเลือก 5.6% เมื่อเทียบกับเพศเดียวกัน ซึ่งสูงกว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน

 

3. การเลือกตั้งปี 2569

แม้โอกาสของผู้สมัครหญิงเมื่อเทียบกับเพศเดียวกันจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.74% แต่เมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมด โอกาสยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.21% ในขณะที่ผู้สมัครชายมีโอกาส 5.15%

 

ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมผู้หญิงถูกจำกัดโอกาสการเลือกตั้ง - การเมือง

ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมผู้หญิงถูกจำกัดโอกาสการเลือกตั้ง - การเมือง ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมผู้หญิงถูกจำกัดโอกาสการเลือกตั้ง - การเมือง

ในการเลือกตั้งปี 2569 ประเทศไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงรวม 93 คน จากทั้งหมด 500 คน หรือประมาณ 18.6% โดยมาจากระบบเขตเลือกตั้ง 74 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 19 คน ซึ่งยังไม่ถึงหนึ่งในห้าของสมาชิกสภาทั้งหมด

 

เมื่อพิจารณาในเชิงโอกาสในการได้รับเลือกตั้ง พบว่า ผู้สมัครหญิงยังคงเผชิญข้อจำกัดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในระบบบัญชีรายชื่อ ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งปี 2569 ผู้สมัครหญิงมีโอกาสได้รับเลือกเมื่อเทียบกับผู้สมัครทั้งหมดเพียง ประมาณ 1.21% ขณะที่ผู้สมัครชายมีโอกาสประมาณ 5.15%

 

ชี้ให้เห็นว่า แม้โอกาสของผู้สมัครหญิงในบางช่วงเวลาจะเพิ่มขึ้น  เพราะคู่แข่งน้อยลง แต่ ช่องว่างระหว่างเพศยังคงมีอยู่ สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากศักยภาพของผู้หญิง แต่เกิดจาก โครงสร้างของระบบการเมืองและการจัดลำดับผู้สมัครของพรรคการเมือง ที่มักให้ผู้สมัครชายอยู่ในตำแหน่งที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากกว่า

 

ดังนั้น ภาพนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเพิ่มบทบาทของผู้หญิงในสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องอาศัยมาตรการเชิงโครงสร้างและการสนับสนุนจากพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการเมืองอย่างแท้จริง

 

วันสตรีสากลจึงเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักถึงความจำเป็นของการสร้างระบบการเมืองที่เปิดกว้างและมีความครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

 

ท้ายที่สุดแล้ว ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมิได้วัดเพียงการมีการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนจากการที่ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน