svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ตำบลกระสุนตก! "สงครามอิหร่าน" ผลัก "ดูไบ" ตกสวรรค์

08 มี.ค. 2569

วันนี้สงครามอิหร่านได้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว ท่ามกลางสมรภูมิที่ขยายวงไปกว่า 10 ประเทศ ไกลถึงยุโรปและเอเชีย ผู้คนโดยเฉพาะพลเรือนผู้บริสุทธิ์สูญเสียชีวิตไปกว่า 1,300 คน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าบทสรุปหรือ End Game ของสงครามจะเป็นอย่างไร

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะบอกว่า อิหร่านต้องยอมจำนนเท่านั้น แต่ฝั่งอิหร่านก็ดูจะพร้อมทำสงครามแบบลากยาวว่าใครมีความทรหดมากกว่ากัน

 

อิหร่านเคยทำสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลมาก่อนเมื่อปีที่แล้วในช่วง “สงคราม 12 วัน” ซึ่งครั้งนั้นมีเพียงกาตาร์ประเทศเดียวที่โดนลากเข้าสู่สงครามไปด้วยจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ที่นั่น แต่คราวนี้บริบทของสงครามกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 

 

โดยอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสถานที่สำคัญของประเทศอื่นในตะวันออกกลางทั้งหมด รวมทั้งยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สงครามครั้งนี้ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะอิหร่านต้องการให้มีคนเดือดร้อนมากที่สุด เพื่อที่จะได้ช่วยกดดันสหรัฐฯ และอิสราเอลให้ยุติสงครามโดยเร็ว

 

🔵[“ยูเออี” ตำบลกระสุนตก]

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี โดยเฉพาะที่ 2 เมืองสำคัญ คือ อาบูดาบีและดูไบ ได้กลายเป็นประเทศแรกๆ ที่เจอกับขีปนาวุธและกองทัพโดรนจากอิหร่าน โดยจนถึงขณะนี้อิหร่านก็ยังคงโจมตีระลอกใหม่อย่างต่อเนื่องแทบทุกวันจนมีจำนวนขีปนาวุธสะสมทะลุ 200 ลูก และโดรนเกือบ 1,200 ลำ แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะสามารถสกัดไว้ได้เกือบทั้งหมด แต่ก็มีเศษซากหรือสะเก็ดไฟตกลงมาสร้างความเสียหาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บกว่า 100 คน

ด้วยความที่ยูเออีเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของตะวันออกกลาง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่สนามบินนานาชาติที่เป็นจุดต่อเครื่องหลักของสายการบินEmirates, Etihad, และ flydubai ท่าเรือ โรงแรมหรูระดับ 6 ดาว ศูนย์ข้อมูลระบบคลาวด์ การยกเลิกหรือเลื่อนงานอีเวนต์และการแข่งขันกีฬาระดับโลก ไปจนถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคการเงินที่เดิมทีเคยมองว่าดูไบคือ Safe Haven หรือพื้นที่ปลอดภัยของบรรดานักลงทุน

 

🔵[ดูไบโมเดล] 

ในขณะที่ชาติอาหรับส่วนใหญ่ร่ำรวยมาจากการค้าน้ำมัน แต่ดูไบสร้างโมเดลเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไปมานานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวสายการบินเอมิเรตส์ในปี 2528 การเปิดโรงแรมเบิร์จอัล อาหรับในปี 2542 และการออกกฎหมายอนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ จนทำให้เศรษฐกิจของดูไบในปัจจุบันเหลือการพึ่งพาธุรกิจภาคพลังงานแค่ไม่ถึง 2% ของจีดีพี

 

ฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของดูไบมาจากทั้งการค้า การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และบริการทางการเงิน จนทำให้ดูไบกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินของโลกเทียบเท่าลอนดอนและนิวยอร์ก สังเกตได้จากจำนวนธนาคารมากกว่า 290 แห่ง กองทุนเฮดจ์ฟันด์ 102 แห่ง บริษัทบริหารความมั่งคั่ง 500 แห่ง และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว 1,289 แห่ง

 

อันที่จริงเมืองอื่นในตะวันออกกลางก็เคยพยายามมีสถานะแบบดูไบเช่นกัน แต่ด้วยปัญหาภายใน เช่น สงครามกลางเมือง จึงทำให้ไม่มีเมืองไหนมีเสถียรภาพและน่าดึงดูดเท่าดูไบ และเมื่อใดก็ตามที่ประเทศไหนมีวิกฤต ดูไบมักเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจมหาเศรษฐีจากทั่วโลกเสมอ จนจำนวนประชากรเพิ่มจาก 1 ล้านคนเมื่อ 40 ปีก่อน กลายมาเป็นกว่า 11 ล้านคนในปัจจุบัน

🔵[คำขอโทษจากอิหร่าน]

สงครามที่เกิดขึ้นเป็นการบั่นทอนความพยายามในการกลับมาสานความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดย 6 ชาติพันธมิตรรัฐอ่าวอาหรับ ได้แก่ คูเวต ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน ยูเออี และสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตรายและคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค โดยย้ำด้วยว่าการโจมตีพลเรือนและประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องคือพฤติกรรมที่ขาดความยั้งคิด

 

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ายูเออีกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้อิหร่านด้วยการอายัดทรัพย์สินที่อิหร่านครอบครองอยู่ภายในประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ผ่านการตรวจสอบบริษัทนอมินีและธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรานอกระบบธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่มีความเกี่ยวพันกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามหรือ IRGC กองทัพที่ขึ้นตรงกับผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่หากสงครามยืดเยื้อออกไป ยูเออีอาจพิจารณาใช้ยาแรงด้วยการยึดเรืออิหร่านเลยก็เป็นได้

 

ล่าสุดประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านได้ออกมาแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์ กล่าวคำขอโทษต่อบรรดาประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหวังบรรเทาความตึงเครียด โดยอ้างว่าอิหร่านไม่เคยตั้งใจรุกราน พร้อมให้คำมั่นว่าได้สั่งการให้กองทัพระงับการโจมตีต่อประเทศใกล้เคียงตราบใดที่อิหร่านไม่โดนโจมตีก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนประเทศเหล่านี้ด้วยว่า อย่าสบช่องโจมตีอิหร่านและอย่ากลายเป็นหุ่นเชิดของพวกจักรวรรดินิยม

 

สงครามอิหร่านทำให้เราได้เห็นสัจธรรมข้อหนึ่งว่า ต่อให้ประเทศจะร่ำรวยมั่งคั่งแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยสงครามไปได้ หลังจากนี้คงต้องจับตากันว่าดูไบจะใช้เวลานานแค่ไหนในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับมา เพราะแม้สงครามจะมีวันจบลง แต่ความเชื่อใจไม่สามารถสร้างได้ในชั่วข้ามคืนครับ