นักวิชาการ มธ. ชงพรรคการเมืองถือธงนำปฏิรูป "ประกันสังคม"
28 ม.ค. 2569
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอพรรคการเมืองปฏิรูป "ประกันสังคม" เปลี่ยนสถานะ สปส. เป็นหน่วยงานในกำกับรัฐ ชูโมเดล กบข. และ สปสช. ดึงมืออาชีพบริหารเงินลงทุน 2.9 ล้านล้าน
ข่าว
28 ม.ค. 2569
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอพรรคการเมืองปฏิรูป "ประกันสังคม" เปลี่ยนสถานะ สปส. เป็นหน่วยงานในกำกับรัฐ ชูโมเดล กบข. และ สปสช. ดึงมืออาชีพบริหารเงินลงทุน 2.9 ล้านล้าน
ประกันสังคม กำลังถูกจับตามองในฐานะนโยบายหลักที่พรรคการเมืองต้องเร่งปฏิรูป โดย ผศ. ดร.ธร ปีติดล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้เปิดเผยแนวทางยกระดับประสิทธิภาพของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ผ่านการปรับแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 เพื่อเปลี่ยนสถานะจากหน่วยงานราชการภายใต้กระทรวงแรงงาน ให้กลายเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอิสระ โปร่งใส และคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 2 ปี เพื่อให้ระบบสามารถรองรับสวัสดิการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ผศ. ดร.ธร เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับแรงผลักดันจากภาคการเมืองเป็นสำคัญ โดยเสนอให้ศึกษารูปแบบจากหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จอย่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อนำมาปิดช่องโหว่และจัดหมวดหมู่การบริหารให้ชัดเจน โดยเฉพาะการดึงมืออาชีพเข้ามาจัดการเงินกองทุนที่มีมูลค่าสูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท ให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืนสำหรับผู้ประกันตนทุกคนในระยะยาว
แนวทางการปฏิรูปที่นักวิชาการธรรมศาสตร์นำเสนอนั้น มุ่งเน้นไปที่การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการใหม่ให้มีความเป็นมืออาชีพและลดภาระทางงบประมาณของรัฐในอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
การบริหารสวัสดิการรักษาพยาบาล: อาจอาศัยการบริหารจัดการระบบเดียวกันกับ สปสช. แต่ต้องให้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมีบางส่วนที่โดดเด่นและดีกว่าเดิม
การจัดการเงินบำนาญและการลงทุน: ใช้โมเดลเดียวกับ กบข. เพื่อบริหารเงินกองทุน 2.9 ล้านล้านบาท ให้เกิดกำไรและผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาผลกำไรจากการลงทุนยังไม่มากเท่าที่ควร
การขยายฐานผู้ประกันตน: ดึงแรงงานนอกระบบเข้าระบบมากขึ้นผ่านการออกแบบสิทธิประโยชน์ใหม่ เพื่อลดภาระงบประมาณเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของรัฐในอนาคต
โครงสร้างบอร์ดประกันสังคม: ควรคงระบบการเลือกตั้งกรรมการสัดส่วนผู้ประกันตนแบบเดิมไว้เพื่อให้เป็นกระบอกเสียง แต่เสนอให้เพิ่มจำนวนกรรมการเพื่อความหลากหลายและครอบคลุม
การบริหารบุคลากรและแรงจูงใจ: ปรับรูปแบบการจ้างงานจากระบบราชการเป็นรูปแบบอื่น โดยสร้างแรงจูงใจและสวัสดิการที่ไม่น้อยกว่าเดิม เพื่อลดแรงต้านจากการสูญเสียอำนาจหรือความทับซ้อนของบทบาท
"การเปลี่ยนแปลงนี้พรรคการเมืองต้องเป็นคนนำ เพราะถ้าไม่มีแรงผลักจากผู้นำทางการเมือง คงไม่ง่ายที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้น" ผศ. ดร.ธร ระบุ
พร้อมกันนั้น ผศ. ดร.ธร ยังชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปรับระบบบำนาญให้เข้มแข็งเพื่อความมั่นคงของประชาชนเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ
นอกจากนี้ ผศ. ดร.ธร ยังได้เปรียบเทียบกรณีการแยก สปส. ออกมาเป็นหน่วยงานในกำกับรัฐ ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับตอนที่แยก สปสช. ออกจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาความทับซ้อนของบทบาทและความสัมพันธ์กับกระทรวงแรงงาน โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ประกันสังคมเป็นที่พึ่งของแรงงานทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง และเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นหน่วยงานราชการที่เทอะทะ สู่องค์กรมืออาชีพที่สามารถสร้างผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ประกันตนในยุคปัจจุบัน
