ขณะที่ นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค จะดำเนิน 4 มาตรการหลัก ได้แก่
1.ขับเคลื่อนแบบบูรณาการ ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน
2.จัดทำแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าและประชาชนตระหนักถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.ป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน ตามแนวทาง "3 ต." ได้แก่ ตระเตรียม ให้ความรู้แก่ร้านค้า ติดตามและตักเตือน เฝ้าระวังการดื่มขับในชุมชน
และ 4.บังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ดำเนินการ "รถตู้สาธารณะปลอดภัย" เน้นความพร้อมทั้งสภาพรถและพนักงานขับรถ รณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเพื่อป้องกันภัยจากภาวะอับอากาศที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นในช่วงอากาศร้อนและการจราจรคับคั่ง โดยหากพบผู้โดยสารมีอาการมึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก รู้สึกตัวน้อยลง พร้อมกันหลายคน อาจเกิดจากออกซิเจนในเลือดต่ำจากภาวะอับอากาศหรือการปนเปื้อนของก๊าซพิษจากท่อไอเสียเข้ามาในห้องโดยสาร ให้รีบเปิดหน้าต่างระบายอากาศ จอดรถในที่ปลอดภัยและให้ผู้โดยสารออกจากรถไปยังที่มีอากาศถ่ายเท พร้อมโทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ
ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ประสาน อสม. ทั่วประเทศ ร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ผ่านมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตามแนวทาง "สงกรานต์ปลอดภัย อสม.ร่วมใจดูแล" โดยการชี้เป้าจุดเสี่ยง/กลุ่มเสี่ยงดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และช่วงเวลาเสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งร่วมกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งด่านชุมชน เพื่อป้องปรามไม่ให้ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น คนเมา หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ ออกสู่ถนนใหญ่หรือนอกหมู่บ้าน
ขณะที่ ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2567 มีการออกปฏิบัติการฉุกเฉินจากอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉพาะอุบัติเหตุยานยนต์สูงที่สุดถึง 9,055 ครั้ง เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) 1,065 ราย (11.76%) ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน (สีเหลือง) 6,341 ราย (70.03%) และผู้ป่วยฉุกเฉินไม่เร่งด่วน (สีเขียว) 967 ราย (10.68%) มีผู้เสียชีวิต 50 ราย ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ 20.00 น. รองลงมา คือ 17.00 น. และ 18.00 น. 5 จังหวัดที่เกิดเหตุมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี สงขลา และอุบลราชธานี อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 จำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนนลดลง ร้อยละ 26.25
สำหรับในปีนี้ ได้มอบหมายให้ศูนย์นเรนทร สพฉ. เตรียมความพร้อมและบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนผ่านระบบสารสนเทศ (iDEMS) ประสานขอความร่วมมือหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทุกเขตสุขภาพ เตรียมพร้อมออกปฏิบัติการฉุกเฉิน ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ หรือศูนย์รับแจ้งเหตุ 1669 จำนวน 89 หน่วย และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ จำนวน 5,797 หน่วย ได้รับอนุมัติตามประกาศแล้ว 3,238 หน่วย แบ่งเป็น ระดับพื้นฐาน 2,457 หน่วย (เช่น อปท.) ระดับสูง 708 หน่วย (รพ.) และระดับเฉพาะทาง 73 หน่วย (ทางอากาศ/จิตเวช/Stroke)