เนชั่นทีวี

ข่าว

ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

21 ก.พ. 2568 | titayu_pur

ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด ขณะที่เจ้าของ “เจ้าก๊อตซิลล่า” อดีตลิงอ้วนตลาดมีนบุรี ขอ จนท.ใช้ใจ ไม่อยากให้เรื่องเศร้าซ้ำรอย

21 กุมภาพันธ์ 2568 จากกรณีดราม่า "ประธานจ๋อ"  ลิงแสมที่ถูกเลี้ยงดูจาก พระและชาวบ้านในระแวก วัดหนองยาวใต้ สระบุรี มา 4 ปี  ต่อมา "ประธานจ๋อ" ป่วยเป็นก้อนเนื้อในปาก จึงได้หาสถานพยาบาลรักษา และเนื่องจากลิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงถูกแยกไปเลี้ยงดูที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่านครนายก และอาจไม่มีโอกาสได้กลับมาที่วัดอีก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรไปสอบถาม นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ถึงกรณี "ประธานจ๋อ" ว่า ได้มีการหารือภายในแล้วพบว่า หากพระ หรือวัด ต้องการที่จะขอตัว "ประธานจ๋อ"  ไปเลี้ยงก็ย่อมทำได้ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไข และกฎหมายกำหนด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจะมีระเบียบตัวหนึ่งของกรมอุทยานฯ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนสถานที่ที่จัดไว้สำหรับ เลี้ยงดู ดูแลรักษาสัตว์ป่า ประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2567
ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

 

โดยในระเบียบตัวนี้ ระบุว่าหากมีสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง มีความประสงค์ที่จะขอขึ้นทะเบียนดูแลสัตว์ป่า สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไข

1. ต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ
2. มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ขอขึ้นทะเบียน
3. ได้มีการยื่นขอขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์จังหวัดนั้นๆ ให้ใช้เป็นสถานที่รับเลี้ยงดูแลสัตว์ป่า


ซึ่งเท่าที่ทราบพบว่า ทางวัดได้มีการขออนุญาตขึ้นทะเบียน กับกรมปศุสัตว์จังหวัดเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการขอขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯ ซึ่งก็ต้องรอให้วัดมีการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ แล้วนำไปยื่นที่ หน่วยงานของกรมอุทยานในพื้นที่ได้

และนอกจากระเบียบใน 3 ข้อแล้วก็ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีก เช่นหลังการที่รับเลี้ยงสัตว์ป่าแล้วจะต้องมีการรายงานผลการเลี้ยงดูในแง่ของสุขภาพร่างกาย และบริบทอื่นๆ (เช่น ไม่ได้เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์) ทุกๆ 1 เดือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานได้ติดตาม สัตว์ป่าคุ้มครองด้วย
ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

เจ้าของลิง "เจ้าก็อตซิลล่า" ขอ จนท.ใช้ใจ อย่าให้เรื่องเศร้าซ้ำรอย
 

สำหรับดราม่า “ประธานจ๋อ” นั้น ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีลักษณะที่คล้ายกันคือ เจ้าของลิงแสม ที่ชื่อ "ก็อตซิลล่า" ที่เลี้ยงถูกเจ้าของเลี้ยงดูเหมือนลูกตั้งแต่ยังเด็กๆ จนกระทั่งเติบใหญ่ เป็นที่เอ็นดูของชาวมีนบุรี ต่อมามีผู้หวังดีและเอ็นดูถ่ายภาพไปลงในโซเชียลจนเกิดไวรัล จนกระทั่งมีชาวต่างชาติเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าก็อตซิลล่า มีลักษณะอ้วนเกินมาตรฐานของลิงแสมทั่วไป ทำให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ มาขอรับตัวเจ้าก็อตซิลล่าไปอยู่ในความดูแล ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อ
เจ้า "ก็อตซิลล่า" ลิงชื่อดังตลาดมีนบุรี

ผู้สื่อข่าวของได้เดินทางไปหา “คุณตู้เซฟ” ซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเจ้า “ก็อตซิลล่า” ตั้งแต่ยังเล็กๆ เล่าให้ฟังว่า เจ้าก็อตซิลล่า เป็นลิงที่เกิดจากธรรมชาติทั่วไป ตอนที่ครอบครัวของตนได้มานั้น ได้พยายามไปขอขึ้นทะเบียนกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เพื่อที่จะรับเลี้ยง “เจ้าก็อตซิลล่า” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่กับบ่ายเบี่ยง และบอกว่าให้เลี้ยงๆ ไป แต่ต้องดูแลอย่าให้ไปเที่ยวกับใคร จะได้ไม่เกิดเรื่อง

ซึ่งหลังจากนั้นตนและครอบครัว ก็ได้เลี้ยงดู เจ้าก็อตซิลล่า เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง เวลานอนต้องเปิดแอร์และปูผ้าให้ความอบอุ่น ตอนเย็นๆ ก็มักจะพา เจ้าก็อตซิลล่า  ไปเล่นกับพ่อค้าแม่ขายในพื้นที่มีนบุรี จนเป็นภาพที่คุ้นตา กระทั่งมีการถ่ายภาพไปลงโซเชียล และเกิดเป็นไวรัลวิพากษ์วิจารณ์ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็มารับตัว เจ้าก็อตซิลล่า ไปดูแล
ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

ตอนนั้นตนเสียใจมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ไปเยี่ยม เจ้าก็อตซิลล่า ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 กระบกคู่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเราได้เจอกันครั้งแรก รับรู้ได้ทันทีว่า เจ้าก็อตซิลล่า มีอาการเปลี่ยนไป ดูไม่ค่อยสนใจ และเหมือนโกรธเราอยู่ เพราะเขาอาจจะเข้าใจว่าเราทอดทิ้งเขา เนื่องจากตอนที่เจ้าหน้าที่ไปนำตัวเจ้าก็อตซิลล่ามาที่ศูนย์ช่วยเหลือฯ ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นคนจับเอง แต่ขอให้พ่อของตนจับเจ้า  ก็อตซิลล่า ใส่กรงก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถ อาจจะทำให้เจ้าก็อตซิลล่า มีความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง จึงแสดงอาการเมินเฉยออกมา แต่เมื่อคุณพ่อและตนเข้าไปหยอกล้อและเล่นด้วย เจ้าก็อตซิลล่า ก็มีท่าทีเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่เมื่อตนและครอบครัวกลับมาบ้าน เจ้าก็อตซิลล่า ก็มีอาการซึมอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนอาหารการกินที่ใช้ดูแลเจ้าก็อตซิลล่า ตนไม่แน่ใจว่าตรงไปตามหลักโภชนาการทางการแพทย์หรือไม่ แต่เนื่องจากเจ้าก็อตซิลล่า น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีหักดิบ ซึ่งอาหารที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผักแตงกวา ผักกะหล่ำ ซึ่งเมื่อถามเจ้าหน้าที่ว่า เจ้าก็อตซิลล่า กินอาหารได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็ได้แต่อ้างว่า กินได้ตามปกติ แต่สภาพที่ตนไปเห็นสภาพสถานที่กักขัง มันมีสภาพที่แย่มาก ลิงที่อยู่ในศุนย์ฯ ดูมีความกลัว อาหารที่เหลือจากการกิน ไม่มีการทำความสะอาด ปล่อยในเน่าเสียในกรง แล้วแบบนี้ควรต้องถามหาเรื่องการดูแลสุขภาพสัตว์ป่าว่า เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

หลังจากที่ตนได้มีโอกาสไปเยี่ยมเจ้าก็อตซิลล่า และเห็นความเป็นอยู่ ก็คิดว่าจะช่วยเหลือ เจ้าก็อตซิลล่า จึงนำภาพถ่าย และเล่าเรื่องราวถ่ายทอดผ่านโซเชียล จนมีแฟนคลับแชร์ออกไปในวงกว้าง จนกระทั่งมีคุณหมอท่านหนึ่ง เข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยจะดำเนินเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อขอรับ เจ้าก็อตซิลล่า มาอยู่ในความดูแลของคุณหมอ  ซึ่งก็เป็นผลสำเร็จ ได้มีการนำตัวเจ้า  ก็อตซิลล่า ออกมาจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า มาอยู่ในการดูแลของคุณหมอ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านตน ทำให้ครอบครัวเบาใจและสามารถเดินทางไปเยี่ยม เจ้าก็อตซิลล่า ได้จนถึงวาระสุดท้าย
ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด
 

เรื่องราวของ "ประธานจ๋อ" ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับ เจ้าก็อตซิลล่า รู้สึกเห็นใจพระที่เลี้ยงดูมา และที่มากไปกว่านั้นคือ "ประธานจ๋อ" มีอาการป่วย ที่บริเวณปาก และมีเนื้องอก ซึ่งการที่ นำตัว "ประธานจ๋อ" ไปอยู่ในการดูแลของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่า อาจจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด

สำหรับตัวสัตว์ป่า แม้ว่าลิงแสมจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองก็จริง แต่ในกรณีนี้ถือเป็นช่วงวาระสุดท้ายของ "ประธานจ๋อ" ก็อยากให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ใช้จิตใจในการพิจารณา อยากขอให้ "ประธานจ๋อ" กลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต

 

นอกจากนี้คุณตู้เซฟ ยังเปิดเผยว่าขณะที่ไปเยี่ยม เจ้าก็อตซิลล่า ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าฯ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่วัยเกษียณรายหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รายนี้บอกว่า การที่ให้ เจ้าก็อตซิลล่า มาอยู่ที่นี่ มีแต่ตายกับตาย ซึ่งคำพูดนั้นมันสะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ และการดูแลสัตว์ป่า ได้เป็นอย่างดี

พร้อมกับแนะนำ พระ และ ศิษย์ยานุศิษย์ ที่เป็นแฟนคลับของ "ประธานจ๋อ" เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจในช่วงนี้ ให้เข้าไปหาและไปเล่น กับประธานเจาะบ่อยๆ เพื่อลดช่องว่าง และเยียวยาความรู้สึก การถูกทอดทิ้ง อาจจะทำให้ประธานจ๋อ ลดความเครียดและความกังวลลงได้
ดราม่า “ประธานจ๋อ” กรมอุทยานฯ แนะแนวทางขอตัวกลับคืนวัด

 

ข่าวล่าสุด