นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมสรรพสามิตและการยาสูบแห่งประเทศไทยต่างอยู่ใต้กระทรวงการคลังที่มีนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เป็นเจ้ากระทรวง ขณะที่ 2 หน่วยงานสำคัญกำลังเดือดร้อน รายได้หายกำไรหดมานานหลายปี จนไม่รู้ว่าจะใช้คำว่า วิกฤตได้อีกกี่ครั้ง เพราะทุกครั้งที่มีการประกาศตัวเลขใด ๆ ออกมา ก็มีแต่คำว่าแย่ลง แต่ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงยังไม่รับรู้ปัญหาบุหรี่เถื่อนสักที
ในฐานะตัวแทนของพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทยกว่า 2,000 คน รวมถึงทุกคนในอุตสาหกรรมยาสูบ ตั้งแต่ภาคการเกษตร 30,000 ครัวเรือน จนถึงร้านค้าส่งค้าปลีกกว่า 500,000 ร้านทั่วไทย อยากวิงวอนขอให้นายกรัฐมนตรีช่วย ออกคำสั่งแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนอย่างเร่งด่วน เพราะหากไม่มีคำสั่งจากนายกฯ คงยากที่แต่ละหน่วยงานจะทำงานบูรณาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยกระดับปัญหาเข้าเจรจากับประเทศต้นทางด้วย เพื่อปกป้องรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยและผู้เกี่ยวข้อง”
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตเปิดเผยสถิติการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเดือนตุลาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 พบภาษีรถยนต์ เบียร์ สุรา และยาสูบลดลงเมื่อเทียบกับยอดเก็บจริง ในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นรายได้หลักของกรม โดยเฉพาะภาษียาสูบที่ลดลงต่อเนื่องมาตลอดหลายปี ภายหลังการยกเครื่องโครงสร้างภาษีบุหรี่ครั้งใหญ่ในปี 2564