หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก มีการแชร์โพสต์ดังกล่าวไปมากกว่า 1.9 หมื่นครั้ง และแสดงความคิดเห็นกว่า 7.5 พันครั้ง อาทิ
- เก้าอี้วิเศษหัวโขนถอดบ้างผมว่าดีนะ
- เกินเรื่องไปมาก ถึงกับนั่งตัวเดิมไม่ได้
- เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเขายังเปิดให้เด็กนั่งเลย
ขณะที่ชาวเน็ตบางคนแสดงความคิดเห็นว่า ตามมารยาทในสังคม รร. ก็ไม่ควรไปนั่ง เพราะวิสัยทัศน์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มันดูหยามตำเเหน่งอะไรประมาณนี้
ทำให้ครูสาวต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า
ขอชี้แจงค่ะ เก้าอี้ที่หนูได้นั่งจนเป็นประเด็น คือเก้าอี้ที่อยู่ในห้องประกันคุณภาพการศึกษา ห้องนี้มีไว้ประชุม หรือต้อนรับแขกที่มาติดต่อราชการค่ะ (จะมีเก้าอี้ดำ เป็นประธานค่ะ) ที่ได้ไปนั่งเพราะเป็นคนคอยอำนวยความสะดวกเปิด VTR ให้คณะครูฉายออกทีวีค่ะ แล้วทีวีอยู่ด้านหน้าค่ะ หนูไม่ได้นั่งเก้าอี้ส่วนตัวท่าน ผอ. ในห้องท่านผอ. ค่ะ
พร้อมกับแนบภาพเก้าอี้ตัวดังกล่าว และระบุเพิ่มเติมว่า "เก้าอี้ตัวสีดำนี้ค่ะ พอถึงเวลานัดหมายที่จะประเมินเงินเดือน ผอ.ก็เดินเข้ามาค่ะ หนูก็รีบลุกและยกเก้าอี้ไปให้ท่านนั่ง ท่านก็บอกว่าไม่นั่งค่ะ"
สั่งเด้ง ผอ.โรงเรียนหวงเก้าอี้ เลขาธิการ กพฐ. กำชับให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
16 มีนาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 เร่งติดตามและตรวจสืบข้อเท็จจริงเชิงลึกในทันที
เบื้องต้นทาง สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกลุ่มกฏหมายและคดี ตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงในวันนี้ (16 มีนาคม 2567) พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มารายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน รวมทั้งให้ความคุ้มครองครู และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรายงานต่อ สพฐ. เป็นระยะ
โดย สพฐ. เน้นย้ำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบ ได้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อ สพฐ. ภายใน 7 วัน จากนั้นจะแจ้งผลความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบต่อไป
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า เรื่องสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
ซึ่งเราไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้บริหารหรือระดับปฏิบัติการ หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนทุกฝ่าย หรือหากพบว่ากระทำการที่ไม่เหมาะสมก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษเป็นกรณีไป
ทั้งนี้ หากพบเหตุที่ไม่เหมาะสมใดๆ ขอให้ส่งข่าวแจ้งเหตุมายัง สพฐ. เราพร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนอย่างแท้จริง