นายกฤช เอื้อวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้โดยเฉพาะปัญหาของผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิจากเทคโนโลยีดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ในหลากหลายรูปแบบและมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่องค์กรผู้บริโภคในระดับสากลและสภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งมีฐานะเป็นผู้แทนของผู้บริโภคในประเทศไทยได้ร่วมจัดงานนี้ขึ้นเพื่อร่วมรณรงค์เรียกร้องให้มีการใช้เทคโนโลยีเอไอที่มีความเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
“รัฐบาลตระหนักดีว่าการเข้ามาของเอไอ มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและขณะเดียวกันก็อาจสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเกิดเป็นภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ที่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมสนับสนุน และสภาผู้บริโภค ซึ่งเป็นภาคประชาชนร่วมทำงานในเรื่องนี้”
สำหรับในเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ปี 2522 นายกฤช กล่าวว่า ช่องทางในการแก้ไขกฎหมายมีหลายช่องทาง โดยภาคประชาชนสภาผู้บริโภคได้เสนอแก้ไข ซึ่งกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเต็มที
“ผมในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคในการจัดกิจกรรมการรวมตัวของผู้บริโภคองค์กรสมาชิกและองค์กรของผู้บริโภคเพื่อร่วมกันสร้างพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคของประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นในการยกระดับสิทธิของผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลสามารถ พัฒนาพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่องต่อไป” ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ ในงานวันสิทธิผู้บริโภคสากล ปี 2567 มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจทั้งการเสวนาในหัวข้อ Consumer Talk หัวข้อ "เราจะช่วยกันยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยได้อย่างไร?" และTech Talk หัวข้อ : เอไอ (AI) กับการคุ้มครองผู้บริโภค“เราต้องหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเอไอไม่ใช่เพียงให้เอไอหลอกหลวงหรือการใช้ข้อมูลเท็จที่ซับซ้อน”ดีฟเฟค” (Deep Fake) อย่างเดียว รวมถึงเวทีระดมความคิดต่อการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค 2522 และการระดมความเห็นเกี่ยวกับการปราบปรามภัยทุจริตทางการเงิน
ทั้งนี้ ในวันที่ 15 มีนาคม สภาผู้บริโภคจะจัดประชุมสมัชชาใหญ่ร่วมกับองค์กรสมาชิกจำนวน 314 องค์กร ใน 43 จังหวัด โดยที่ผ่านมาองค์กรสมาชิกได้ให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคไปแล้วกว่า 43,446 เรื่อง เพื่อร่วมกันประเมินปัญหา และกำหนดแนวทางในการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป