พล.ต.สินเลิศ กล่าวด้วยว่า การประชุมหัวหน้าสถานีตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายของ ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.8 ในเรื่องของการกำชับเกี่ยวกับชาวต่างชาติ เข้ามากระทำความผิดในจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงเข้ามาทำงานที่ผิดกฎหมาย กำชับในเรื่องการทำข้อมูล ตลอดจนหากตรวจพบ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ในพื้นที่ โดยสั่งกำชับให้มีการทำข้อมูลชาวต่างชาติ เมื่อการกระทำความผิด จะสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.ถลาง ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายไปแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ในส่วนทางคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2 - 3 ปากซึ่งไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด
พล.ต.ต.สินเลิศ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการเพิกถอนวีซ่านายเดวิดว่า ขั้นตอนการเสนอเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติที่มาประกอบอาชีพใน จ.ภูเก็ต นั้น มีขั้นตอนคือ คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธาน มีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นรองประธาน และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต เป็นเลขานุการ คณะกรรมการจะทำความเห็นต่อที่ประชุม
จากนั้นเลขานุการ คือตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต จะนำเสนอต่อ ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 เพื่อพิจารณาการเพิกถอนวีซ่าต่อไป "จากนั้นถ้ามีการเพิกถอนวีซ่าชาวต่างชาติคนดังกล่าว แล้ว ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 จะส่งเรื่องกลับมายัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต เพื่อนำเรื่องการพิจารณาดังกล่าว ไปแจ้งต่อชาวต่างชาติคนดังกล่าวต่อไป
"กรณีนี้เป็นครั้งแรกที่มีคณะกรรมการตรวจสอบและกลั่นกรองพฤติกรรมชาวต่างชาติที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต เพื่อเสนอเพิกถอนวีซ่าของประเทศไทย"