svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 8 ประเทศไทยตอนบนฝนหมด อุณหภูมิลดลง-มีลมแรง

10 กุมภาพันธ์ 2567
1.6 k

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนอากาศแปรปรวน ประเทศไทยตอนบนหมดฝน อุณหภูมิลดลง-ลมกระโชกแรง ขณะที่ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมแรง

11 กุมภาพันธ์ 2567 เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา โดย นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ฉบับที่ 8 (30/2567)  (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11 - 13 กุมภาพันธ์ 2567) ระบุว่า   

บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน ปกคลุมประเทศไทยตอนบน
 

ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทยตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นในตอนเช้า


ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย 
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 8 ประเทศไทยตอนบนฝนหมด อุณหภูมิลดลง-มีลมแรง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น.
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 8 ประเทศไทยตอนบนฝนหมด อุณหภูมิลดลง-มีลมแรง
 

ขณะที่พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้  

ภาคเหนือ
อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส 
โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 26-34 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย 
อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง
อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก
อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 
และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร 
สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎ์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 8 ประเทศไทยตอนบนฝนหมด อุณหภูมิลดลง-มีลมแรง

ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา
ออกประกาศ 11 กุมภาพันธ์ 2567