เนชั่นทีวี

ข่าว

รันทดพอกัน รู้ไหมคนไข้สิทธิบัตรทอง ก็ลำบากไม่แพ้กองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ

07 ก.พ. 2567 | titayu_pur

รันทดพอกัน รู้ไหมคนไข้สิทธิบัตรทอง ก็ลำบากไม่แพ้กองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ

รันทดพอกัน หมอเผยคนไข้สิทธิบัตรทอง ลำบากไม่แพ้กองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ แล้วรู้ไหม บัตรทองกับประกันสัมคมต่างกันอย่างไร แบบไหนมีสิทธิประโยชน์มากกว่า

กลายเป็นเรื่องดรามาระดับชาติ กรณีความแตกต่างระหว่าง สิทธิการรักษาผู้ประกันตน กับผู้ที่มี สิทธิบัตรทอง และ ผู้ที่ใช้สิทธิข้าราชการเบิกจ่ายโดยตรง ที่มีการค่อนขอดว่า ได้รับการดูแลไม่เท่ากัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิประกันสังคม ที่มองว่าตัวถูกลักลั่นในการดูแล ทั้งที่เป็นเพียงกลุ่มเดียว ที่มีการจ่ายเงินสมทบให้กับกองทุนของรัฐทุกเดือน

ดรามาครั้งนี้ยิ่งชัดเจน เมื่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาเปิดเผยประเด็นเกี่ยวกับ สิทธิการเบิกค่ารักษาทันตกรรมของผู้ประกัน ที่ได้เพียงปีละ 900 บาท ไม่เพียงพอต่อการรักษาทันตกรรมที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และยังน้อยกว่ากองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ  จนทาง สปส. ต้องมาชี้แจงอย่างต่อเนื่อง 

โดยกรณีดังกล่าว กสม.มองว่า เป็นการละเมิดสิทธิในสุขภาพของผู้ประกันตน ในการได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง พร้อมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า  บริการทันตกรรมเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง ของปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ และระบบสาธารณสุขไทยที่มีมายาวนาน

หากพิจารณาในภาพรวมของประเทศจะพบว่า ประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยมี 3 ระบบกองทุนแยกจากกัน ภายใต้กฎหมายในเรื่องหลักประกันสุขภาพที่แตกต่างกัน ทำให้ประชาชนบางส่วน เข้าไม่ถึงสิทธิในสุขภาพที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตน ที่ "ควรได้รับสิทธิไม่ต่ำกว่าสิทธิบัตรทอง" 
รันทดพอกัน รู้ไหมคนไข้สิทธิบัตรทอง ก็ลำบากไม่แพ้กองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ

 

ซึ่งต่อมาภายหลังจากที่เรื่องนี้กลายเป็นดรามาหนัก ก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องออกโดยตรง ที่ออกมาสะท้อนข้อเท็จจริงอีกด้านด้วยเช่นกัน 

ประเด็นการสะท้อนข้อเท็จจริงอีกด้านนั้น ล่าสุดผู้คนบน X (ทวิตเตอร์) ได้มีการแชร์โพสต์ของ พญ.ศศิ ใหญ่สว่าง จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตา เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬา คณะทำงานและเลขานุการ ฝ่ายวิชาการส่งเสริมสุขภาพตาเพื่อสังคม ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ที่พูดถึงปัญหาของกลุ่มป่วยผู้ที่ใช้สิทธิบัตรทองว่า "ต้องพบกับความยากลำบากในการใช้บริการทางการแพทย์ไม่แพ้กลุ่มใด ๆ "

พญ.ศศิ  ระบุว่า ช่วยไปดูสภาพโรงพยาบาลบัตรทองก่อนนะคะ ดูไม่จืด ต้องขอออกตัวก่อนว่า คุณหมอศศิ ก็เคยมีประสบการณ์ ในโรงพยาบาลศูนย์ต่างจังหวัดบัตรทองบ้าง แต่ก็น้อยมาก โรงพยาลศูนย์บุรีรัมย์ โรงพยาบาลศูนย์จันทบุรีพระปกเกล้าฯ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แค่ 3 แห่งเท่านั้น

แต่สามแห่งที่ได้ไป ก็ได้เห็นชัดเจนว่า คนไข้เยอะมาก รอตรวจนาน ทรัพยากรจำกัด ทั้งทรัพยากรบุคลากร ทรัพยากรเวลา ทรัพยากรสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ทำให้แต่ละท่านต้องใช้เวลารอตรวจนานเลย และระยะเวลาต่อท่านนั้นสั้นมาก ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ถ้าจะให้แนะนำเบื้องต้น สมมติว่าในกรณีที่เป็นตัวเอง ที่พอมีกำลังจ่ายบ้าง ก็อยากจะไปที่คลินิกด้านนอกก่อนเบื้องต้น เพื่อที่จะได้ทราบว่า เราเป็นโรคอะไร เพราะว่าบางทีที่เราเป็นเล็กน้อย ต้อลมอักเสบเล็กน้อย ตาอักเสบเล็กน้อย ตาแห้งเล็กน้อย แบบนี้รักษาข้างนอก ราคาไม่สูงมา แป๊ปเดียวจบ ไม่ต้องรอ 
รันทดพอกัน รู้ไหมคนไข้สิทธิบัตรทอง ก็ลำบากไม่แพ้กองทุนสุขภาพภาครัฐอื่น ๆ

แต่สมมติถ้าตรวจเบื้องแล้วพบว่า เราเป็นต้อกระจกต้องผ่าตัด เบาหวานขึ้นจอตาต้องเลเซอร์ ต้องผ่าตัด หรือเป็นโรคต้อหิน ที่ต้องรักษาตลอดชีวิต โรคเรื้อรังเหล่านี้ ต้องใช้ค่ารักษาในอัตราค่อนข้างสูง รักษานาน รักษาต่อเนื่อง แบบนี้ก็จะพิจารณามาตามสิทธิการรักษา ไม่ว่าจะเป็น บัตรทอง ประกันสังคม สิทธิข้าราชการเบิกจ่ายตรงต่าง ๆ เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ซึ่งเข้าใจได้ว่า เบื้องต้นถ้ามีกำลังจ่าย ให้เราไปข้างนอกก่อน อาจจะสบายใจทุกฝ่าย แต่ในกรณีที่ท่านมีปัญหา ไม่สามารถจ่ายได้ แบบนี้เราก็พิจารณาไปโรงพยาบาลบัตรทองได้ ประกันสังคมได้เป็นต้น แบบนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็จะต้องแลกมาด้วยทรัพยากรเวลา ที่จะต้องรอคอย ต้องพบหมอหลายครั้งเป็นต้น


รู้ไหม "บัตรทอง" ใครมีสิทธิ ใช้สิทธิอย่างไร ใช้ได้นานแค่ไหน  

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้มีการโพสต์ว่า 

บัตรทอง ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
มีอะไรบ้างมาดูกันเลย....

- สิทธิบัตรทอง 30 บาท คือ ?
สวัสดิการรักษาพยาบาลจากรัฐที่ให้ในการรักษาพยาบาลต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

- ใครมีสิทธิใช้บัตรทอง 30 บาท ?
บุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

- ใช้สิทธิอย่างไร ?
ต้องลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำตัวของตนเองก่อน

- ใช้สิทธิได้ที่ไหน ?
เมื่อเจ็บป่วยใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารักษาที่หน่วยบริการประจำของตนเอง เจ็บป่วยต่างพื้นที่เข้าที่หน่วยบริการอื่นได้ เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติข้าสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้

- ใช้สิทธิได้นานแค่ไหน ?
ใช้ได้ตลอดชีวิตหรือจนกว่าจะเปลี่ยนไปใช้สิทธิรักษาอื่น เช่น เปลี่ยนไปใช้สิทธิประกันสังคมเนื่องจากทำงานประจำ หรือเปลี่ยนไปใช้สิทธิสวัสติการรักษาพยาบาลข้าราชการ
 

เปรียบเทียบสิทธิประกันสังคม กับสิทธิบัตรทอง อันไหนดีกว่ากัน 

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ไขข้อสงสัยกรณี สิทธิประกันสังคม และ สิทธิบัตรทอง 30 บาท ที่เป็นสวัสดิการจากภาครัฐ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ดังนี้

บัตรทอง หรือ สิทธิบัตรทอง 30 บาท (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)

- ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน เพียงลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการ หรือสถานพยาบาลประจำตัวแล้วใช้สิทธิได้ทันทีโดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว

- ใช้กับสถานพยาบาลประจำที่ลงทะเบียนไว้ หรือเจ็บป่วยต่างพื้นที่เข้าสถานพยาบาลปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ 

- เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต (สีแดง) เข้าสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ (สิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่)

- มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย/เบื้องต้น ไม่ว่า สิทธิบัตรทอง จะอยู่ที่สถานพยาบาลใด ก็เข้ารับบริการตามรายการนี้ได้

เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มโรค/อาการ ปรึกษาเภสัชกรและรับยาที่ร้านยากว่า 1,000 แห่งที่เข้าร่วมได้ทั่วประเทศ

เจ็บป่วยเล็กน้อย 32 กลุ่มโรค/อาการ รับบริการที่คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นกว่า 600 แห่งที่เข้าร่วมได้ทั่วประเทศ

เจ็บป่วยเบื้องต้น 42 กลุ่มโรค/อาการ พบหมอออนไลน์ รอรับยาจัดส่งถึงบ้านได้ ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร 

- การย้ายหรือเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำตัวทำได้ 4 ครั้งต่อปีงบประมาณ ใช้สิทธิได้ทันทีเมื่อเปลี่ยนแล้ว

- ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน ครอบคลุมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น 

- ครอบคลุมค่าอาหารและค่าห้องสามัญเมื่อต้องแอดมิทที่โรงพยาบาล

- ได้เพียงสิทธิรักษาฟรี (บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข) ไม่มีเงินชดเชยว่างงาน เกษียณ เสียชีวิต เหมือนประกันสังคม 

ประกันสังคม (ผู้ประกันตน) หรือ สิทธิประกันสังคม

- ประกันสังคม ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน ตามเงื่อนไขจึงจะสามารถใช้สิทธิได้

- ใช้กับโรงพยาบาลที่เลือกสิทธิไว้ กรณีฉุกเฉินเข้าที่ไหนก่อนก็ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 

- เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกกฤติเข้าสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ (สิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่)

- ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่มีวงเงิน และไม่เสียค่าใช้จ่ายครอบคลุมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น 

- การย้ายสถานพยาบาลประจำตัวย้ายได้ปีละ 1 ครั้ง

- ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ไม่เกิน 900 บาท/ปี 

- ค่าห้องและค่าอาหาร ไม่เกิน 700 บาท/วัน

- ได้รับเงินชดเชย กรณีว่างงาน เกษียณ เสียชีวิต 

หมายเหตุ

1. บัตรทองหรือบัตร 30 บาทมีได้ทุกคน หากไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลอื่นของรัฐ (ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการและครอบครัว เป็นต้น)

2. พนักงานบริษัทได้สิทธิประกันสังคมอัตโนมัติ

3. กรณีลาออกจากงาน และไม่อยากส่งประกันสังคมต่อ (มาตรา 39 ) สามารถใช้สิทธิบัตรทองหรือบัตร 30 บาทได้ แต่ต้องลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำก่อน

4. ผู้ประกันตนมาตรา 40 ใช้สิทธิ ‘บัตรทองหรือบัตร 30 บาท’ รักษาพยาบาล หรือหากได้รับสิทธิเบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง ก็ยังคงได้รับสิทธิได้ตามปกติ (มาตรา 40 ไม่ได้ให้ความคุ้มครองในเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ให้เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย และกรณีทุพพลภาพ รวมถึงได้รับเงินค่าทำศพ กรณีตาย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด)

ข่าวล่าสุด