หลวงพ่อจรัญได้ศึกษาพระธรรมวินัย วิปัสสนากรรมฐาน โดยในปี พ.ศ.2491 ศึกษาพระธรรมวินัย ณ สำนักพรหมบุรี หลังจากนั้น ท่านได้ศึกษาพระธรรม และแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- พ.ศ.2492 สอบนักธรรมโทสนามหลวงได้ที่วัดแจ้งพรหมนคร
- พ.ศ.2493 ศึกษาวิชากรรมฐานกับพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) อ.หนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์
- พ.ศ.2494 ศึกษาวิชากรรมฐานกับหลวงพ่อลี และท่านเจ้าคุณอริยคุณาธร จ.ขอนแก่น
- พ.ศ.2495 ศึกษาการทำพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง, น้ำมันมนต์กับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่าง จ.อยุธยา และพระครูวินิจสุตคุณ, หลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทอง จ.อ่างทอง หลวงพ่อจาด วัดบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
- พ.ศ.2496 ศึกษาวิชาสมถวิปัสสนา กับพระภาวนาโอกาสลเถร (สด จันทสโร) หรือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ อ.ภาษีเจริญ จ.ธนบุรี
- พ.ศ.2497 ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับเจ้าคุณอาจารย์พระราชสิทธิมุนี วัดมหาธาตุ จ.พระนคร
- พ.ศ.2498 ศึกษาพระอภิธรรมกับอาจารย์เตชิน (ชาวพม่า) วัดระฆัง จ.ธนบุรี และได้ศึกษาการพยากรณ์จากสมเด็จพระสังฆราชวัดสระเกศฯ จ.พระนคร ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิตกับอาจารย์ พ.อ.ชม สุคันธรัต
หลังจากนั้น ท่านได้เดินธุดงค์รอนแรมหาที่สงบ เพื่อจำศีลภาวนาตามป่าเขาลำเนาไพรทางภาคเหนือ
ตำแหน่งการปกครองทางสงฆ์
- พ.ศ.2500 หลวงพ่อจรัญ ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
- พ.ศ.2517 ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
- พ.ศ.2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
- พ.ศ.2519 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
- พ.ศ.2541 ได้รับพระบัญชาเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
- พ.ศ.2542 เป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
- พ.ศ.2552 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
- พ.ศ.2557 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3
"ต่อให้เหนือฟ้ายังมีฟ้า แต่ไม่มีอะไรเหนือกฎแห่งกรรม" คำสอนของหลวงพ่อจรัญ
หลวงพ่อจรัญ เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศจากการเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และพระวิปัสสนาจารย์ แนวทางการสืบทอดพระพุทธศาสนาของท่านเน้นหนักที่การสั่งสอนเรื่องกฎแห่งกรรม โดยยกเหตุการณ์ที่ท่านประสบและนับเป็นกฎแห่งกรรมขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์อยู่เสมอ และเน้นการพัฒนาจิตใจคนด้วยการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 แบบพองหนอ-ยุบหนอ
ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "อาตมาไม่เคยสอนใครไปสู่สวรรค์ นิพพาน แต่สอนกรรมฐานให้ระลึกบุญคุณคน นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงตนเอง และสงสารตัวเอง แค่นี้พอ..."
นอกจากนั้น หลวงพ่อจรัญยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนหมั่นสวดมนต์ด้วยพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เพื่อเป็นเครื่องเจริญสติอย่างแพร่หลายอีกด้วย สำหรับแนวทางการสืบทอดพระพุทธศาสนานั้นหลวงพ่อจรัญยึดหลักจะใช้หนี้โลกมนุษย์ด้วยการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้าจะไม่ขอสร้างวัตถุอีก
ที่ผ่านมา ในแต่ละปี หลวงพ่อจรัญ แจกหนังสือเป็นธรรมะวิทยาทานมากกว่า 1.5 แสนเล่ม ด้วยคุณงามความดีดังกล่าว ทำให้ท่านได้รับการถวายเกียรติคุณมากมาย
แต่เหนืออื่นใด หลวงพ่อจรัญ ทำให้คนไทยหลายคนเข้าถึงธรรมะที่แท้ของพระพุทธเจ้า และทำให้คนไทยเข้าใจ "กฎแห่งกรรม" ดังคำกล่าวของท่าน ที่เคยพูดไว้ว่า
"ผู้เป็นชาวพุทธทุกคนควรเชื่อและพยายามศึกษาทำความเข้าใจในกฎแห่งกรรม อาตมาอยากจะกล่าวว่า ชาวพุทธที่ไม่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมนั้น หาใช่ชาวพุทธไม่...เพราะที่สุดแล้วต่อให้เหนือฟ้ายังมีฟ้า แต่ไม่มีอะไรเหนือกฎแห่งกรรม"
โอวาทธรรม "เงินไม่สำคัญเสมอไป"
Nation Story ขอน้อมนำคำสอนของ "หลวงพ่อจรัญ" ที่ลึกซึ้ง และเข้าใจง่าย มาฝากกัน เช่น "ความถูกใจ เป็นกิเลส ความถูกต้อง เป็นคุณธรรม"
นอกจากนี้ ขอยกคำสอนของท่าน ที่ชื่อ "เงินไม่สำคัญเสมอไป" ซึ่งมักจะถูกเอาไปใส่กรอบติดไว้ตามห้องทำงาน หรือสถานที่สำคัญ โดยเป็นคำสอนในช่วงสมัยที่ท่านยังมีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช (ช่วง 2535-2543) พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม) วัดอัมพวัน
เงินไม่สำคัญเสมอไป
เงิน...ซื้อเตียงนอนได้แต่ซื้อการหลับเป็นสุขไม่ได้
เงิน...ซื้อกระดาษปากกาได้แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้
เงิน...ซื้ออาหารดี ๆ ได้แต่ซื้อความอยากรับประทานไม่ได้
เงิน...ซื้อความประจบสอพลอได้แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้
เงิน...ซื้อการตามใจได้แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้
เงิน...ซื้อเพชรนิลจินดาได้แต่ซื้อความงามไม่ได้
เงิน...ซื้อความสนุกชั่วคราวได้แต่ซื้อความสุขไม่ได้
เงิน...ซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้
เงิน...ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้แต่ซื้อปัญญาไม่ได้
เงิน...ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้แต่ซื้อสันติสุขไม่ได้
เงิน...ซื้อเมียที่สวยได้แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้
เงินจะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/221198
https://www.thairath.co.th/news/politic/569881