บทเรียนที่สำคัญของญี่ปุ่น
ย้อนกลับไปวันที่ 11 มีนาคม ปี 2011 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ขนาด 9.0 ตามมาตราริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ (โทโฮกุ) ของคาบสมุทรโอชิกะ ลึกลงไปใต้พื้นดิน 32 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวครั้งนั้น รุนแรงเป็นอันดับ 4 ของโลก เท่าที่มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1900 และเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
ภายหลังจากแผ่นดินไหวใหญ่ ได้เกิดคลื่น "สึนามิ" ขนาดยักษ์ สร้างความเสียหายตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ของหมู่เกาะตอนเหนือของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 9,408 ราย สูญหาย 14,716 คน และได้รับบาดเจ็บ 2,746 คน มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก หลายเมืองถูกทำลาย
ที่สำคัญยังทำให้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ 1 และ 2 ถูกคลื่นซัดเสียหาย ต้องมีการอพยพประชาชนนับแสนคน ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวออกไป
เหตุการนี้ ธนาคารโลกประมาณการความเสียหาย อยู่ที่ประมาณ 1.22 - 2.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่รัฐบาลญี่ปุ่น คาดว่า มูลค่าความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ อาจมีมูลค่าสูงถึง 3.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ดังนั้นแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ จึงเป็นภัยธรรมชาติ ที่สร้างความเสียหายได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ที่เกิดภัยพิบัติเช่นนี้ได้บ่อยครั้ง
ข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย