ส่วนงบประมาณ และปริมาณอาหารสอดคล้องกันหรือไม่นั้น ครูชัยยศ บอกว่า การไปใช้ในโรงอาหารตนเองไม่ได้เข้าไปยุ่ง เพราะตนเองต้องสอนหนังสือในช่วงเที่ยงด้วย และยังต้องสอนพิเศษด้วย
ก่อนหน้าที่จะชี้มูล ป.ป.ช.ก็ได้เข้ามาสอบถาม และถามถึงเอกสาร และช่วงสอบถามตนเองก็คิดว่ายังไงก็ไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะเราไม่ได้มีอะไรที่ทุจริต หรือจะทำให้ ป.ป.ช.มาชี้มูลทางเรา และเมื่อ ป.ป.ช.ชี้แจงมาว่า เป็นเรื่องของลายเซ็นต์ตนเองก็ตกใจว่ามีผลขนาดนี้เลยเหรอ
หลังจาก ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ป.ป.ช.ก็ให้ส่งหนังสือไปชี้แจงใหม่ หาหลักฐานใหม่เข้าไปชี้แจง แต่น่าจะไม่ผ่านเพราะ ป.ป.ช.ไม่อยู่ และชาวบ้านก็เข้าไปพบเพื่อจะชี้แจงว่า ครูชัยยศ และครูจิระพันธ์ไม่ได้ทำอะไรตรงนี้ แต่เป็นผลพวง ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ไม่อยู่เช่นกัน ส่วนที่เซ็นต์ไป ตนเองก็จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง แต่เซ็นต์มาตั้งแต่ปี 2561
ครูชัยยศ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเองถูกปลดออก ก็มองว่า ตัวหนังสือฆ่าคน กฎหมายฆ่าคน เพราะหากดูเจตนาแล้ว ตนเองเป็นคนที่สละตัวเองเพื่ออาชีพตัวเอง ใช้เงินส่วนตัวในการสอน เลี้ยงข้าวนักเรียนฟรี ใช้เงินซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ทั้งโต๊ะปิงปอง ทั้งเครื่องเสียง แล้วแววที่ตนเองจะไปทุจริตมันไม่ใช่ละ จากที่ผมได้รับรางวัลมาก็จากตนเองงานที่ได้ทำไป ไม่ใช่ยกรางวัลให้เราเฉยๆ ต้องผ่านการตรวจงาน ตนเองไม่ได้ส่อแววทุจริตอันใดเลย เราใช้เวลาอยู่กับงาน
"ครั้งแรกๆก็ตกใจว่าลายเซ็นต์เรามีผลกับเราแบบนี้เลยเหรอ ผมก็บอกนักเรียนเสมอว่า ครูไม่เคยผิดหวังอะไรเพราะไม่เคยตั้งหวังอะไร และครั้งนี้ก็ไม่ได้ผิดหวัง แต่เสียใจ เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยเจตนาเรามันบริสุทธิ์ เพื่อให้นักเรียนได้กินข้าว ถ้าวันนั้นผมไม่เซ็นต์ ถามว่าอาหารจะออกมามั้ย ก็ไม่มีอาหารออกมา แล้วถ้าไม่มีอาหารออกมาให้กินแล้วจะเดือดร้อนใคร ก็ต้องเดือดร้อนทั้งโรงเรียน แต่สิ่งที่เราทำไปกับตัวหนังสือที่มาฆ่าเรา มันก็ขัดกัน เพราะนักกฎหมายก็พูดถึงกฎหมาย แต่เราเป็นครูใช้บารมีและความเมตตา ไม่มีอำนาจไปใช้ตรงนี้"
ครูชัยยศ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ตนเองผ่านความยากลำบากมา เจอครั้งนี้ก็ตั้งรับกับมัน แต่ไม่ได้ยอมรับ ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำและไม่ได้ตั้งใจ เพราะฉะนั้นตัวหนังสือ และกฎหมายที่มาฆ่าตนเองตอนนี้ก็อยากจะให้เขาพิจารณาและให้ความเมตตากันใหม่
ส่วนแนวทางการต่อสู้หลังจากนี้ ตนจะยื่นศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง เพราะหากดูเจตนาแล้วตนเองไม่ได้มีเจตนาที่ไปทำทุจริตแม้แต่นิดเดียว