มาร่วมทำความรู้จัก มาลาลา ยูซาฟไซ
เธอเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2540 เป็นเด็กนักเรียนจากเมืองมินโกราในเขตสวาท (Swat District) แคว้นแคบาร์ปัคตูนควา ประเทศปากีสถาน
ชื่อของ มาลาลา ยูซาฟไซ เป็นที่รู้จักในด้านการศึกษาและการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิสตรีของเธอในหุบเขาสวัด
ในขณะที่อายุได้ 11 ปี ซึ่งตอลิบานมีข้อห้ามเด็กหญิงไม่ให้เข้าศึกษาในโรงเรียน
มาลาลา ยูซาฟไซ กลายมาเป็นที่รู้จักผ่านบล็อกที่เธอเขียนให้แก่ สำนักข่าวบีบีซี โดยรายละเอียดกล่าวถึงชีวิตของเธอภายใต้ระบอบตอลิบาน
มาลาลา ยูซาฟไซ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิทางการศึกษาของสตรี-เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวปากีสถานในวัย 17 ปี
ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2555 ก็เกิดเหตุสะเทือนขวัญไปทั่วโลก
หลังจากที่ "มาลาลา" เดินทางกลับจากโรงเรียนด้วยรถบัส เธอถูกมือดีของตาลีบันลอบสังหาร ยิงเข้าที่ศรีษะและคอ เธอหมดสติและอยู่ในอาการโคมาหลายวัน
กระทั่งต่อมาเธอถูส่งตัวไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อรับการรักษาเพิ่มเติม และเธอสามารถมีชีวิตรอดมาได้
แม้ว่า "มาลาลา" ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็รอดชีวิตจากการถูกมือปืนกลุ่มตาลีบันยิงในปากีสถาน ขณะนั้น เธออายุเพียง 15 ปี
"มาลาลา" ชื่อนี้เป็นที่ยกย่องนับถือในหลายส่วนของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศตะวันตก
ที่สดุดีความกล้าหาญของเธอ และประทับใจไปกับคารมคมคายของเธอ
ในการสนับสนุนสิทธิของเด็กผู้หญิงและสตรี ในส่วนของประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นบ้านเกิด
การเคลื่อนไหวของเธอได้แบ่งแยกความคิดเห็นของประชาชนในประเทศ
ประวัติการศึกษา
มาลาลา เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ ด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์
และเมื่ออายุได้ 24 ปี มาลาลาเข้าพิธีนิกะห์หรือแต่งงานกับแฟนหนุ่มชื่อ อัสเซอร์ มาลิก ตามหลักศาสนาอิสลาม
โดยว่ากันว่า พิธีแต่งงานของทั้งคู่ จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564
ขณะที่มาชาวเน็ตบางส่วนแห่ส่อง กำลังใจสำคัญจากคนข้างกาย
ชายผู้ยืนหยัดเคียงข้างเธอ เขาคนนี้ชื่อ "อัสเซอร์ มาลิก" วัย 27 ปี ในอดีตเขาเคยทำงานกับ "Coca-Cola" และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง "ผู้จัดการประสิทธิภาพสูงของคณะกรรมการคริกเก็ตปากีสถาน" (PCB)
ในปี 2013 นิตยสาร TIME เสนอให้ "มาลาลา ยูซาฟไซ" เป็นหนึ่งใน "100 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก"
ในวันเกิดปีที่ 16 ของเธอ เธอได้พูดในสหประชาชาติ ในสุนทรพจน์ของเธอ มาลาลา ได้เรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมกันในการศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงทั่วโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องสิทธิสตรีในด้านการศึกษา
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2557 มูลนิธิโนเบล ได้ประกาศให้เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในวัย 17 ปี ถือว่าอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์