Rerun ส่งกำลังใจ "หมอกฤตไท" เพจสู้ดิวะ ต่อสู้มะเร็งปอดระยะสุดท้าย จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
06 พ.ย. 2566

Rerun ส่งกำลังใจ "หมอกฤตไท" เจ้าของเพจ "สู้ดิวะ" ต่อสู้กับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย หลังโพสต์สุดเศร้า จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
ข่าว
06 พ.ย. 2566

Rerun ส่งกำลังใจ "หมอกฤตไท" เจ้าของเพจ "สู้ดิวะ" ต่อสู้กับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย หลังโพสต์สุดเศร้า จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
เมื่อปลายปี 2565 นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล วัย 28 ปี อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก "สู้ดิวะ" เพื่อเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการป่วยเป็น "มะเร็งปอด" ระยะสุดท้าย และเป็นอุทาหรณ์ รวมถึง เผยแพร่เป็นเกร็ดความรู้แก่คนทั่วไป
รู้จัก "หมอกฤตไท" เจ้าของเพจ "สู้ดิวะ"
คุณหมอกฤตไท หรือ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เป็นอาจารย์หมอในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบ ก่อนสอบติดคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เรียนแพทย์ 6 ปี ต่อเฉพาะทางอีก 3 ปี ในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
ในระหว่างที่เรียนต่อเฉพาะทาง คุณหมอกฤตไท ก็เรียนด้านระบาดวิทยาคลินิกเพิ่มอีกสาขา เป็นศาสตร์ของการตอบโจทย์ ตอบปัญหาของหมอในกระบวนการรักษาคนไข้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสถิติ สร้างงานวิจัยเพื่อช่วยให้กระบวนการดูแลคนไข้ดีขึ้น และยังเรียนปริญญาโทอีกใบด้านวิทยาการข้อมูล หรือ Data Science คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ก่อนจะเรียนจบ และได้รับบรรจุเป็นอาจารย์ ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว
ตรวจพบ "มะเร็งปอด" ระยะสุดท้าย
คุณหมอกฤตไท เป็นคนดูแลสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย ทั้งเข้ายิมสม่ำเสมอ เล่นกีฬา กินอาหารคลีน ไม่สูบบุหรี่ มาโดยตลอด ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ชีวิตและการงานก็กำลังไปได้ดี
แล้วคุณหมอก็เริ่มมีอาการไอ ไอมีเสมหะบ้าง ไอแห้งบ้าง จนกระทั่ง เข้าตรวจก็พบว่า เป็น "มะเร็งปอด" ระยะสุดท้าย ตัวก้อนหลักขนาดเกือบ 8 ซม. ที่ปอดด้านขวา นอกจากนี้ ตัวมะเร็งยังมีการกระจายไปที่เยื่อหุ้มปอด และปอดข้างซ้ายอีกหลายจุด ที่สำคัญคือ มันกระจายไปที่สมองถึง 6 ก้อนด้วยกัน
คุณหมอได้เข้ารับการผ่าตัด รับการตรวจทั้งร่างกาย รับยาเคมีบำบัด รับการฉายแสง หลังจากรับผลข้างเคียงทุกอย่าง ขนร่วงหมดตัว ก็เริ่มตั้งหลักกับตัวเองใหม่ ตัดสินใจเปิดเพจ "สู้ดิวะ" ขึ้นมา เพื่อตั้งใจส่งต่อสิ่งเล็กๆ บางอย่าง
หลังเรื่องราวนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีผู้คนเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก ทางคุณหมอกฤตไท ได้โพสต์ผ่านเพจฯ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ พร้อมระบุว่า ดีใจมากๆที่เรื่องราวของคุณหมอสร้างแรงบันดาลใจ และบางมุมก็ทำให้หลายคนอยากส่งกำลังใจกลับมาให้
ปลายเดือน พ.ย.65 คุณหมอกฤตไท โพสต์ผ่านเพจฯ ระบุ มีแรงมากขึ้น เริ่มวิ่งได้แล้ว ส่วนอาการป่วย เอกซเรย์ปอดดูดีขึ้น ก้อนใหญ่ด้านขวามีขนาดเล็กลง และก้อนน้อยๆ ที่ปอดซ้ายก็ดูจางลง
ช่วงต้นปี 2566 อาการคุณหมอดีขึ้นมาก ๆ กลับไปออกกำลังกายได้แทบจะปกติ เล่นบาสได้ ปั่นจักรยานได้ เข้ายิม ฟิตร่างกายให้กลับไปเหมือนตอนก่อนป่วย ได้กลับไปสอนนักศึกษา ได้กลับไปทำงาน เริ่มวางแผนที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป
เดือน ก.พ.66 ผลการติดตามในสมอง 3 เดือน หลังจากฉายแสงครบ พบว่าถึงแม้ก้อนที่ฉายแสงไปจะยุบลง แต่มีก้อนใหม่เพิ่มขึ้นมา 3 ก้อน คุณหมอตัดสินใจที่จะสังเกตอาการไปก่อน ขอไปพูดกับน้องสวนกุหลาบก่อน แล้วค่อยว่ากันหลังจากนั้น
พอคุณหมอกลับมารับการตรวจสมองอีกครั้ง ก้อนที่เจอครั้งก่อน โตขึ้นเป็นสองเท่า ร่วมกับมีก้อนใหม่เพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้ในศีรษะมีทั้งหมด 13 ก้อน และมีอาการชักร่วมด้วย
ทำให้คุณหมอกฤตไท จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฉายแสงทั้งศีรษะ เพื่อกำจัดเชื้อมะเร็งที่น่าจะกระจายไปทั่วสมอง ซึ่งก็แปลว่าเนื้อสมองส่วนปกติก็จะโดนรังสีไปด้วย ส่งผลให้สมองเสื่อมแน่นอน แค่มากหรือน้อย เร็วหรือช้าเท่านั้น
สะท้อนปัญหา ฝุ่น PM 2.5
ในระหว่างการรักษา คุณหมอกฤตไท ยังได้ตั้งคำถามปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยระบุว่า เช้านี้ตื่นมาพร้อมกับค่าฝุ่น 186 ในห้องที่กำลังรอรับการฉายแสง ก็ไม่ได้บอกว่า ฝุ่นควันในเชียงใหม่เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้คุณหมอเป็นมะเร็ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีผล
คำถามที่คุณหมอมี คือ เป็นความรับผิดชอบของประชาชนจริงหรือไม่ ที่ต้องแบกรับค่าหน้ากาก ค่าเครื่องฟอก หลายอาชีพไม่ได้สะดวกพอที่จะหลีกเลี่ยงฝุ่นอันตรายนี้ ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะติดตั้งเครื่องมือที่จะเพิ่มคุณภาพอากาศ
มันน่าเศร้ามากเมื่อมองว่าความเหลื่อมล้ำของประเทศเรามันไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจแต่เป็นตั้งแต่พื้นฐานเรื่องของอากาศหายใจที่แสนจะสำคัญต่อชีวิตคน "เราต้องเป็นประชาชนที่อยู่ในประเทศที่ต้องซื้ออากาศหายใจจริง ๆ เหรอ?"
อัปเดตอาการป่วย
ต่อมา ในเดือน เม.ย. 66 คุณหมอกฤตไท อัปเดตผลการติดตามอาการป่วยที่ 6 เดือน ระบุว่า
หลังจากนั้น อาการป่วยผ่านไปกว่า 5 เดือน โรคมะเร็งปอดดุร้าย ไม่ใจดีเหมือน 6 เดือนแรก คุณหมอกฤตไทอยากเห็น "สู้ดิวะ" ตัวแทนของความคิด ได้ตีพิมพ์ แล้วฝันนั้นก็กลายเป็นจริง ท่ามกลางกำลังใจที่ล้นหลาม
"หมอกฤตไท" โพสต์สุดเศร้า เตรียมจากไปช่วงกลางเดือนหน้า
ช่วงเดือน ต.ค.66 แอดมินเพจ "สู้ดิวะ" โพสต์รายงานว่า ตอนนี้คุณหมออาการไม่ค่อยดีนัก มะเร็งมีการลุกลามไปทั่วร่างกาย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเก่า จริงๆ คุณหมอวางแผนที่จะไปร่วมงานแจกลายเซ็นที่งานหนังสือ มีการเตรียมการไว้แล้ว แต่เกิดเหตุที่ต้องเข้ารับการรักษาด่วน ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปไหว
ต่อมา คุณหมอกฤตไท ได้มีการโพสต์ข้อความสุดเศร้าผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Krittai Tanasombatkul ระบุว่า ผมคง อยู่ได้อีกไม่นานแล้วครับ ใครมีอะไรอยากพูดอยากบอกผม เชิญได้เลยครับ
"ผมน่าจะไปช่วงกลางเดือนหน้า จากนั้นไว้เจอกันใหม่นะครับ ณ ตอนนี้ผมพิมพ์ได้เท่านี้ก็เอาละครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างตลอดช่วง 30 ที่ผ่านมาครับ ขอโทษถ้าผมทำให้ใครไม่พอใจ"
ซึ่งภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่งกำลังใจ และขอบคุณคุณหมอกฤตไท ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนมากมาย อาทิ
ขณะเดียวกัน เพจ "สู้ดิวะ" ได้มีการได้โพสต์คลิปงานแต่งงานของคุณหมอกฤตไท กับคุณพีม ภรรยา พร้อมระบุว่า กว่าจะถึงวันนี้…สู้ เวลาคือสิ่งที่พิสูจน์ว่า สองคนนี้รักกันแค่ไหน ลูกจ๋า เวลาคือสิ่งสำคัญ เป็นเวลาที่จะได้ใช้ร่วมกัน และคนทั้งสองก็ใช้เวลาร่วมกันได้อย่างดีที่สุด
ภรรยาคุณหมอ เปิดใจ "ไม่ว่าเรื่องจะจบอย่างไร ตอนนี้โชคดีที่สุดแล้ว"
ในคลิปวิดีโองานแต่งงานของคุณหมอกฤตไท และ คุณพีม ภรรยา ใจความตอนหนึ่ง ทางคุณพีม ได้เปิดใจไว้ว่า
"พีมโชคดีมากๆ จริงๆ คือพี่ไทจะพูดตลอดเลยว่า เธอโชคร้ายหรือเปล่า เธอโชคร้ายหรือเปล่า พีมก็จะตอบพี่ไทเหมือนเดิมทุกครั้ง พีมโชคร้ายที่พีมไม่รู้ว่าพีมจะอยู่กับพี่ไท ไปจนถึงเมื่อไหร่ พีมโชคร้ายแค่นั้นเลย ที่เหลือตั้งแต่พีมคบพี่ไท พีมรู้สึกตลอดเวลาว่าพีมโชคดีที่เจอคู่ชีวิตได้เร็วขนาดนี้ ไม่ว่าเรื่องมันจะไปทางไหน ไม่ว่าเรื่องมันจะจบยังไง ตอนนี้โชคดีที่สุดแล้วค่ะ"
ภายหลังเรื่องราวของ หมอกฤตไท ถูกเผยแพร่สู่สังคมทำให้มีผู้คนจำนวนมากออกมาร่วมให้กำลังใจ ซึ่งทางเจ้าตัวก็รับรู้ รวมถึงยังนำกำลังใจที่ได้รับกลับมาเหล่านี้ มาแชร์ทางเพจ สู้ดิวะ อย่างต่อเนื่อง
สู่การเดินทางที่ปลอดภัย
วันนี้ (5 ธ.ค.) เฟซบุ๊ก ไทภัทร ธนสมบัติกุล ซึ่งเป็นคุณพ่อของคุณหมอกฤตไท ได้แชร์ภาพหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งเป็นภาพของลูกชาย ขึ้นเวลา 10:59 น. พร้อมระบุข้อความในโพสต์ว่า “เดินทางปลอดภัยครับ ลูกชาย #สู้ดิวะ”
ขอขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊กเพจ สู้ดิวะ , Krittai Tanasombatkul , The Happy Moment : A happy wedding planner in Chiang Mai , ไทภัทร ธนสมบัติกุล #Rerun
ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ ขอไว้อาลัย คุณหมอกฤตไท และร่วมส่งกำลังใจให้กับครอบครัวมา ณ ที่นี้.
ข่าวล่าสุด