คนในพื้นที่โวยผลสำรวจสิ่งแวดล้อมไม่เป็นธรรม
ด้าน นายโสภณัฐต์ กิ่งผา สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา แกนนำชุมชนบ้านคลองมะเดื่อ เล่าถึงการต่อสู้ที่ผ่านมาว่า ทุกครั้งที่มีการประชุมกับกรมชลประทาน ที่ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ไม่รู้ว่า จะต้องบันทึกภาพวีดีโอ พอชาวบ้านยกมือคัดค้าน บริษัทที่ปรึกษาฯ ถ่ายภาพนิ่ง ไปบิดเบือนเป็นชาวบ้านเห็นด้วย แต่ไม่มีหลักฐาน เพราะภาพนิ่งบ่งชี้ไม่ได้ว่า ชาวบ้านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
พอร้องไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชน เขาก็ถามหาหลักฐาน และที่สำคัญจำนวนคนที่เห็นด้วย กับโครงการเขื่อนมะเดื่อ ที่ระบุในรายงานผลกระทบฯ ว่า เห็นด้วย 75 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย 5 เปอร์เซ็นต์นั้น เป็นตัวเลขที่กรมชลประทาน เอาคนตำบลอื่น ๆ เข้ามารวม
พอถามชุมชนอื่นว่า จะสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อ แล้วส่งน้ำมาให้เอาไหม ทุกคนเอาอยู่แล้ว เขาไปเอาผู้ได้รับประโยชน์ มารวมกับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเรา มันไม่เป็นธรรมกับคนคลองมะเดื่อ ชาวบ้านเราเสียพื้นที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เสียโอกาส เสียชุมชน เสียต้นไม้ ป่าไม้จำนวนมาก ด้านในยิ่งมีความหนาแน่น
“อย่างปีบทองที่เป็นไม้อนุรักษ์ อ้างสำรวจพบ 1-2 ต้น แต่ชาวบ้านเราพบจำนวนมาก ในป่าของเรา ปู ปลา ไม่มีสูญพันธุ์ เพราะเราจับเฉพาะตัวเต็มวัย ที่สำคัญคือ ร่องน้ำคลองมะเดื่อ ไม่ได้มีน้ำตลอดทั้งปี จะเอาน้ำที่ไหนมาเติม น้ำมีเท่านี้ จะเอาน้ำตรงไหนไปผลักดันน้ำเค็ม คุณสร้างใหญ่แต่น้ำไม่มี มันก็เสียป่า เสียประโยชน์ เสียงบประมาณ ผมมองแล้วว่า ไม่น่าจะคุ้มค่า ในการก่อสร้างกับสิ่งที่ต้องเสียไป"
หวั่นสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อกระทบสัตว์ป่า
สอดคล้องกับ นางระตะนะ ศรีวรกุล จากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี , นายจันทรานนท์ ชญานินศิวกูร ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนทับลาน และ นายกัญจน์ ทัตติยกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำบางปะกง ที่ได้แสดงความคิดเห็น ไปในแนวทางเดียวกันว่า หากมีการสร้างเขื่อนทั้ง 7 แห่ง ในพื้นที่ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จะต้องสูญเสียป่าไปมากมาย
ด้วยเหตุผลเดียวคือ เพื่อจัดการน้ำเพื่อการเกษตร แต่เกษตรกรไม่ใช่ผู้ใช้น้ำ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรม เกิดขึ้นใหม่กว่า 100 ไร่ เพื่อรองรับการใช้น้ำ นอกจากนี้การสร้างเขื่อน ยังมีผลกระทบต่อช้างป่า โดยเฉพาะหากสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อ จะเกิดการเคลื่อนตัวของช้างป่า อาจจะมีปัญหากับชาวบ้าน
“เรากำลังทำเรื่องการศึกษา การจัดการน้ำในศตวรรษที่ 21 ในโลกที่มันเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่อาจจัดการน้ำแบบทำลายระบบนิเวศได้อีกแล้ว วันนี้มันมีหลายพื้นที่ ที่ควรจะฟื้นฟูแต่ยังไม่ได้ทำ เช่น ทุ่งน้ำ หนอง บึง ป่า ทั้งที่มันเป็นพื้นที่เก็บน้ำที่ชาวบ้านได้ประโยชน์เต็ม ๆ ไม่มีใครเสียประโยชน์ นี่จะเป็นอีกงานหนึ่ง ที่จะเสริมการต่อสู้การรักษาพื้นที่ป่า และพื้นที่ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำของเรา” นายกัญจน์ ทัตติยกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำบางปะกง