โดยมีเนื้อหาระบุไว้ว่า
ชมรม W.D.R.T ได้เปิดรับสมัครโครงการฝึกอบรม การปฎิบัติงานกู้ภัยทางเรือและการช่วยเหลือช่วยชีวิตทางน้ำ จำนวน 30 คน โดยจัดสถานที่ฝึกอยู่ที่ จ.นครนายก ในช่วงสุดท้ายของการฝึกอบรมนั้น ได้เกิดมีฟ้าฝนคะนอง ทางทีมฝึกจึงได้ยุติการหยุดซ้อมทันทีและทำการจัดเก็บอุปกรณ์
แต่ในขณะนั้น ได้เกิดอุบัติเหตุที่ทุกคนไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อเกิดมีฟ้าผ่าลงมาที่เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง คือ "น้องดอม" นายธันวา ใจมาธิ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการรีบช่วยนำตัว "น้องดอม" นำส่งโรงพยาบาล เข้ารับการรักษาที่ ICU ในทันที
จนกระทั่งล่าสุด ในวันที่ 22 ต.ค. 2566 (เช้าวันนี้ ) ทางชมรม W.D.R.T ได้ออกมาแจ้งข่าวร้ายว่า "น้องดอมได้จากไปแล้ว เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2566 (เมื่อวานนี้) โดยโรงพยาบาล คณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน ได้พยายามช่วยสุดความสามารถจนน้องดอมกลับมามีสัญญาณชีพ และได้ย้ายเข้าห้อง ICU แต่ก็ไม่มีผลตอบสนองต่อการรักษาแต่อย่างใด และสุดท้าย "น้องดอม" ได้จากไปอย่างสงบ
ทั้งนี้ ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้แสดงความอาลัยต่อความสูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่า
นายธันวา ใจมาธิ (ดอม) เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ (ครูฝึก)
ความคืบหน้าสุด
ขออนุญาตแจ้งกำหนดการสวดพระอภิธรรม และฌาปนกิจ
นายธันวา ใจมาธิ (น้องดอม)
สถานที่ ณ บ้านของน้องดอม
ที่อยู่: บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 7 ต.บ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
📌 https://maps.app.goo.gl/WCUUrdzyN4Lypjev7?g_st=ic
• วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2566
เวลา 19.30 น. สวดพระอภิธรรม
• วันอังคารที่ 24 ตุลาคม 2566
เวลา 19.30 น. สวดพระอภิธรรม
• วันพุธที่ 25 ตุลาคม 2566
เวลา 19.30 น. สวดพระอภิธรรม
• วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2566
เวลา 12.00 น. เคลื่อนย้ายศพไปยังป่าช้าเพื่อทำพิธีฌาปนกิจ.
กราบขอบพระคุณผู้บังคับบัญชา และญาติสนิทมิตรสหาย ของน้องดอมทุกท่าน มาณ.ที่นี้ด้วยครับ
อีกประเด็นที่น่าสนใจจาก อาจารย์หมอตูน หรือ Prasan Piamanan ระบุไว้ว่า
...เมื่อเช้าผมได้รับข่าวน่าเศร้าที่น้องในชมรมเกิดอุบัติเหตุถูกฟ้าผ่า...
ผมเองก็เป็นที่ปรึกษาชมรมและเป็น Instuctor ด้าน wilderness medicinie เลยจะแค่เสียใจไม่ได้ ยังมีคนทำงาน outdoor อีกมาก เราจำเป็นต้องทบทวนและหาแนวทางลดความเสี่ยงกันต่อไป
ยังไงก็ตามผมจะพูดถึงการป้องกันความเสี่ยงจากการถูกฟ้าผ่า ในขณะที่ต้องทำงานกับสภาพอากาศที่มีฝนฟ้าคะนองสักหน่อย อาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง
😈 ฟ้าผ่าในประเทศไทย ไม่ใช้ว่าจะมีน้อย หากดูจากแผนที่ฟ้าผ่าโลกแล้ว เราเป็นสีส้ม อาจจะราว ๆ 20 ครั้ง/ตารางกิโลเมตร/ต่อปีเลยทีเดียว ก็ไม่ได้น้อยกว่าประเทศอื่นในเขต tropical เท่าไหร่
🌩 เมื่อดูแผนที่ฟ้าผ่าประเทศไทย พื้นที่ที่ฟ้าผ่าชุกชุมก็คือชายฝั่งตะวันออก กับภาคกลางด้านตะวันออกต่อขึ้นเหนือไปตามลุ่มแม่น้ำป่าสัก, เทือกเขาเพชรบูรณ์และกระจัดกระจายต่อเนื่องไปทั่วภาคอีสาน
⛈ ใช้กฏ 30/30 เพื่อความปลอดภัย
ก็คือ ระยะห่างเมื่อเราเห็นแสงของฟ้าผ่ากับเสียงของฟ้าผ่าห่างกันไม่เกิน 30 วินาที นั่นหมายถึงฟ้าผ่าจะอยู่ห่างจากตัวเราไม่เกิน 10 กม. เราควรเข้าไปหลบในที่กำบังทันที และอยู่ในที่กำบัง 30 นาที (บางแหล่ง 15 นาที) หลังจากฟ้าผ่าครั้งสุดท้าย จึงจะออกกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัย
บางคำแนะนำมีการใช้ 15/15 rule ก็มี วิธีคิดแบบเดียวกับ 30/30 คือเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น แต่ก็ทำให้ออกกลางแจ้งได้เร็วขึ้น คงพิจารณาตาม risk benefit กันอีกที
✔️ที่กำบังหลบภัยที่ดีที่สุดคืออาคารสมัยใหม่ที่มีรั้วรอบขอบชิด จะดีกว่ากระท่อมในนา หรือศาลาที่เปิดโล่ง เมื่ออยู่ในอาคารก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะไปอยู่ใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า ฝักบัว อ่างน้ำ และไม่ควรใช้โทรศัพท์
อีกที่ที่เป็นที่กำบังที่ดี ก็คือในรถ ต้องเข้าไปนั่งในรถนะ ไม่ใช่อยู่ใต้รถ รถจะเป็นโลหะซึ่งจะนำไฟฟ้าผ่านผิวของมันลงไปสู่ล้อ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านจะไม่ทำอันตรายต่อคนข้างใน
❌สถานที่ที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คือที่ที่เปิดโล่ง ยอดเสา สันเขา ทุ่งกว้าง กลางน้ำ ทะเลสาบ เป็นที่อันตรายที่สุด
ข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า กิจกรรมที่ถูกฟ้าผ่ามากที่สุดคือ ตกปลา>> camping>>แล่นเรือ>>กิจกรรมชายหาด>>ฟุตบอล>>ตีกอล์ฟ
จะเห็นว่ากิจกรรมทางน้ำก็เยอะนะ ฉะนั้นควรออกห่างจากแหล่งน้ำทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นห้วย หนอง คลอง บึง ทะเลสาบ
หลีกเลี่ยงเสาสูง ต้นไม้สูง ที่อยู่โดดเดียว จะล่อฟ้าได้เป็นอย่างดี
👊 พยายามลงจากยอดเขา ออกจากแหล่งน้ำ และไปหาที่กำบังอย่างที่บอก พยายามไปอยู่ในป่าที่ต้นไม้ระดับเท่า ๆกัน ไม่มีต้นสูงโดดเด่น
ถ้ามากันเป็นกลุ่ม ไม่ควรรวมกลุ่มกัน ให้อยู่กระจายๆกัน
🟢แต่ถ้าสุดท้ายแล้วหาที่กำบังไม่ได้จริง ๆ ให้พยายามทำตัวให้ต่ำและสัมผัสพื้นที่ให้น้อยที่ีสุด ซึ่งถ้าคิดตามนี้จะเป็นท่านั่งยอง ๆ แตะพื้นเฉพาะปลายเท้าให้ส้นเท้าชนกัน เมื่อมีไฟฟ้าขึ้นมาตามพื้นจะได้เข้ามาจากเท้านึงและออกไปอีกเท้านึงโดยไม่มาผ่านตัวเราจนเกิดอันตราย
แต่ท่านี้เรานั่งนานไม่ได้ คือมันเมื่อยมาก ทางเลือกก็คือลองหาอะไรที่เป็นฉนวน เช่น ผ้าใบพับให้เล็กพอดี, เป้ backpack แล้วรองนั่งไปเลย ก็จะสบายกว่า นั่งได้นาน 15-30 นาที ตามกฏ 30/30
หวังว่าความรู้ตรงนี้จะทำให้คนทำงานกลางแจ้งเอาไปปรับใช้ได้ตามสมควร
ผมเข้าใจการทำงานหน้างานมันมีสถานการณ์ที่การตัดสินใจเต็มไปด้วยความยากลำบากแต่ถ้าเรามีหลักการเหล่านี้คงจะลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้าผ่าลงไปได้บ้างนะครับ
ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ ขอแสดงความเสียใจกับ "ครอบครัวน้องดอม" มา ณ โอกาสนี้
ขอขอบคุณที่มา: Kittiphon Thongrat