ทั้งนี้ ตามรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 1 ครั้งที่ 19/2565 เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน 2565 ในระเบียบวาระที่ 3 มีข้อหารือตีความสถานะของปืนแบลงค์กัน โดยผู้แทนกรมการปกครองชี้แจง ดังนี้
กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราห์ะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้มีหนังสือ ที่ ตช 0039.73/510 ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2565 เรื่องสอบถามรายละเอียดปืนแบลงค์กัน และเครื่องกระสุนปืนแบลงค์กัน จัดเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 หรือไม่ อย่างไร และบุคคลใดจะครอบครอง หรือนำเข้าเพื่อการค้าจะต้องมีการขออนุญาตแบบใดและมีขั้นตอนทางกฎหมายอย่างไร
กรมการปกครอง (สำนักการสอบสวนและนิติการ) เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4(1) กำหนดนิยามคำว่า "อาวุธปืน" หมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแก๊ส หรืออัดลมหรือเครื่องกลไกอย่างใด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงานและส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้นๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญ และได้ระบุไว้ในกฎกระทรวง
แต่ปรากฏว่าปืนแบลงค์กัน คือปืนเลียนแบบ ปืนจำลอง หรือปืนโมเดล ที่จำลองรูปแบบและหลักการทำงานมาจากอาวุธปืน แต่ไม่สามารถขับเครื่องกระสุนปืนหรือเม็ดกระสุนใด ๆ ออกมาจากลำกล้องได้ ในกระบวนการออกแบบและผลิตปืนแบลงค์กัน จะป้องกันให้ปืนแบลงค์กัน ไม่สามารถใช้กระสุนปืนจริงได้
รูปแบบการทำงานปืนแบลงค์กันประเภทไฟออกจากปากกระบอก หรือที่เรียกว่า (Front Firing) คือ เมื่อบรรจุกระสุนของปืนแบลงค์กันแล้วทำการยิง จะทำให้เกิดเสียงดังลักษณะเช่นเดียวกับอาวุธปืน มีการคัดปลอกกระสุนในปืนแบลงค์กันรุ่นที่มีระบบสไลด์แบบกึ่งออโตเมติก และมีแสงแฟลชออกปลายกระบอกปืนโดยที่ไม่มีการขับเคลื่อนสิ่งใดออกมาจากปากกระบอก
การออกแบบหลักการทำงานเช่นนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สามารถใช้กับเครื่องกระสุนปืนจริงได้ จะมีเพียงรูระบายแก๊สขนาดเล็ก ออกปลายกระบอก และมีเหล็กแกนที่แข็งแรงปิดกั้นเอาไว้อีกด้วย
วัตถุประสงค์ของปืนแบลงค์กันส่วนใหญ่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์ การกีฬา การปล่อยตัวนักกีฬา การสะสม การฝึกซ้อมก่อนการมีอาวุธปืนจริง และลดอัตราการครอบครองอาวุธปืนจริงโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น ปืนแบลงค์กัน จึงถือเป็น "สิ่งเทียมอาวุธปืน" ตามมาตรา 4(5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490
ผบ.ตร. สั่งตำรวจไซเบอร์กวาดล้างเว็บไซต์ปืนเถื่อน
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ กำชับให้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งสถิติอาชญากรรมทางอาวุธปืน ช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ ตำรวจก็ได้มีการปิดล้อมตรวจค้นหลายเป้าหมาย จับผู้ต้องหาได้ 2,000 กว่าคดี ได้ปืน 900 กว่ากระบอก และดูจากสถิติปืนจริงแทบจะไม่ได้ถูกนำมาก่อเหตุ
โดยพบว่าปืนที่นักเรียนมักจะนำมาใช้ในการทะเลาะวิวาทกัน เป็นปืนชนิดแบลงค์กัน แต่การใช้ปืนแบลงค์กันไม่มีกฎหมายที่จะไปบังคับการนำเข้า ผ่านพิธีทางศุลกากร คนขายแค่ขออนุญาตแต่คนซื้อไม่มีใบอนุญาต นี่คือช่องว่างทางกฎหมาย แล้วก็นำไปดัดแปลง เบื้องต้นได้สั่งการไปที่ สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ เจาะเว็บไซต์ของกลุ่มพวกนี้ให้ได้ และตั้งทีมจับกุมเว็บที่ขายปืนเถื่อนทางออนไลน์โดยเฉพาะ
เสนอ มท.แก้กฎหมายห้ามนำเข้าแบลงค์กัน
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นข้อกฎหมาย ตนได้ประสานทางกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ทำให้ปืนแบลงค์กันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อขายกันได้ ให้ตีว่าเป็นอาวุธ ยกระดับข้อกฎหมายขึ้นไปเลย เพราะการนำเข้ามาแบบสิ่งเทียมอาวุธปืนทำให้สิ่งของเหล่านี้หลุดมาในตลาด เราจะไม่ใช่แค่ดำเนินการจับกุมแต่จะเป็นการยกระดับให้มีข้อกฎหมาย ห้ามนำเข้าเลยให้ถือว่าเป็นปืนจริง ซึ่งตนได้ชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อยแล้ว