เนชั่นทีวี

ข่าว

“บิ๊กต่อ”เตรียมหารือก.มหาดไทย ปมนำเข้า “แบลงค์กัน”

04 ต.ค. 2566 | sitthichai_nak

“บิ๊กต่อ”เตรียมหารือก.มหาดไทย ปมนำเข้า “แบลงค์กัน”

"พล.ต.อ.ต่อศักดิ์" เตรียมประสานมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือการนำเข้า" แบลงค์กัน” ควบคุมเป็นอาวุธ หลังพบใช้ก่อคดีหลายครั้ง เตรียมเรียกเพื่อนใกล้ชิด-กลุ่มเกม สอบข้อมูลพฤติกรรม เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวัง สัญญาณเตือนก่อเหตุ ติงการเข้าถึงเว็บ สอนใช้อาวุธ

4 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยมาตรการดูแลความปลอดภัยหลังเกิดเหตุเยาวชนใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในห้างดังว่า หลังเกิดเหตุ ได้นั่งพูดคุยกับผู้ก่อเหตุเพื่อความผ่อนคลาย เนื่องจากพบว่าผู้ก่อเหตุยังมีความกังวลอยู่ ยังได้ยินเสียงลักษณะหูแว่ว ทำนองว่า “คนนี้สั่งให้ผมยิงคนนี้” ลักษณะมีตัวเขาอีกคนสั่งยิง ซึ่งการก่อเหตุลักษณะนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์เต็มรูปแบบของ “แอคทีฟ ชู้ตเตอร์”

ในการสอบสวนเมื่อคืน เนื่องจากเขาเป็นเยาวชนจะต้องมีแพทย์ อัยการ และสหวิชาชีพประกอบด้วย ทำให้ต้องชะลอการสอบสวนไปก่อน แต่ได้มีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ระบุ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเยาวชนต้องฝากถึงผู้ปกครองให้เฝ้าระวังบุตรหลาน โดยสามารถสังเกตุได้จากการโพสต์ข้อความในสื่อโซเชียลเพราะทำให้เราพอจะรู้ได้ว่า เขามีโอกาสที่จะก่อเหตุได้มากน้อยแค่ไหน เด็กอาจถูกกดดันในหลายๆ ด้าน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับข้อความที่เยาวชนที่ก่อเหตุที่มีการโพสต์ข้อความนั้น คาดว่าจะมีส่วนเป็นแรงผลักเด็กให้กระทำความรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้พนักงานสอบสวนจะต้องซักถามจากเพื่อนของผู้ก่อเหตุ เพื่อให้รู้ถึงพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกิดขึ้นและจะได้วางแนวทางในการป้องกันเหตุ เฝ้าระวังคนในลักษณะแบบนี้ เป็นกรณีตัวอย่างที่เราต้องศึกษา รวมถึงเพื่อนที่ร่วมเล่นเกมเดียวกันกับผู้ก่อเหตุด้วย เพราะเพื่อนที่เล่นเกมด้วยกัน น่าจะรู้ข้อมูลเฉพาะตัวบางอย่างของผู้ก่อเหตุ

“บิ๊กต่อ”เตรียมหารือก.มหาดไทย ปมนำเข้า “แบลงค์กัน”

เหตุที่สยามพารากอน ถือว่ามีความโชคดีอยู่บ้างที่ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งครูฝึกในโครงการ "แอคทีฟ ชู้ตเตอร์" เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้พนักงานห้างฯ สามารถป้องกันเหตุไว้ได้ในเบื้องต้น เพราะขณะเกิดเหตุพนักงานของแต่ละร้านได้มีการปิดประตูกันคนออกมาข้างนอกร้านได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเตรียมการมีการสอนไว้แล้ว เป็นการทำเชิงรุก สามารถที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้”

สำหรับปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ระบุว่า เป็น “แบลงค์กัน” ตามสถิติพบว่ามักใช้ก่อเหตุหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพราะถือเป็นอาวุธ แต่สามารถซื้อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เราพบว่ามีการนำเข้ามาจำนวนเยอะมากและใช้ก่อคดี

“ปืนชนิดนี้ มีการนำไปดัดแปลงลำกล้องและดัดแปลงแมกกาซีนสามารถใช้กระสุนจริงได้ ต้องประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา ควรกำหนดให้เป็นสิ่งต้องห้าม ถือเป็นอาวุธ การนำเข้าในแต่ละครั้ง ควรมีการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเข้าถึงเว็บต่างประเทศที่มักมีการเผยแพร่การสอนใช้อาวุธต่างๆ ซึ่งต้องไปคุยหน่วยงานเกี่ยวข้อง ถึงการเข้าถึงข้อมูลว่า สิ่งไหนถือเป็นภัยความมั่นคง ที่ผ่านมาทำได้ยาก เพราะเว็บเหล่านี้อยู่ต่างประเทศ แต่เราก็ควรเฝ้าระวังเพราะคนจำนวนมากเสพข้อมูลในลักษณะนี้”


“บิ๊กต่อ”เตรียมหารือก.มหาดไทย ปมนำเข้า “แบลงค์กัน”  

ข่าวล่าสุด