ส่วน “Pang Cha” ภาษาอังกฤษ สิ่งที่กรมให้ คือ ภาพวงรีสีดำด้านล่าง แล้วมีคำว่า Pang Cha อยู่ด้านใน
เวลาการใช้เครื่องหมายการค้า/บริการ คุณต้องใช้อย่างเครื่องหมาย คือใช้ทั้งภาพ จะดึงคำออกมา แล้วบอกว่า “Pang Cha” (ภาษาอังกฤษ) เป็นคำที่ร้านคุณใช้ได้คนเดียวนั้น ไม่ถูกต้อง ❌
สรุปคำว่า “ปังชา” หรือ “Pang Cha” คนอื่นยังใช้ได้ สิ่งที่หัามคือ การใช้เครื่องหมายแล้วมีคำว่า Pang Cha แบบในรูปของคุณ
ส่วนเรื่องการอ้างแบรนด์ โออิชิ หรือ กระทิงแดง ว่าเป็นคำสามัญ ก็จดได้เช่นกันนั้น ก็คนละเรื่องอีกครับ
สองแบรนด์นั้นที่จดได้ เพราะ เป็นการ #ใช้อย่างเครื่องหมาย จนเป็นที่แพร่หลาย ใคร ๆ ก็รู้จัก (Well known marks)
ส่วนคำว่า ปังชา หรือ Pang Cha เป็นเพียง เมนู หรือ รายการขนมหวานเท่านั้น
คนไม่ได้รู้จักในตัวของเครื่องหมาย หรือ โลโก้แบรนด์ ปังชา หรือ Pang Cha เลย
สรุป สิ่งที่ร้านคุณจดทะเบียน คือ เครื่องหมายการค้า/บริการ ตามรูป เวลาจะใช้ ก็ใช้ตามรูปเท่านั้น
ส่วนคำว่า “ปังชา” จะภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ “Pang Cha” ไม่ใช่ของร้านคุณแต่เพียงผู้เดียว ใครจะเขียนเมนูในร้านว่า ปังชา หรือ ตั้งชื่อร้านว่าปังชา ก็ไม่ได้ละเมิดเครื่องหมายการค้าคุณแต่อย่างใดครับ 😇
ภายหลังจากโพสตฺ์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ได้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเห็นอย่างกล้าวขวาง รวมทั้งเข้ามาสอบถามปัญหาต่างๆ อาทิเช่น
- อย่างนี้เราฟ้องกลับได้ไหมครับ
- แล้วไม่มีสิทธิ์ยื่นภาษาไทยด้วยค่ะ ถ้ายื่น ภาษาอังกฤษ ไม่ติด
- แค่แผนการตลาด ทึ่ต้องการสร้างชื่อให้คนทั่วไปรู้จัก แต่ไม่ได้นึกถึงผลทางด้านลบ ที่จะตามมา
- นี่อ่าน3รอบก็เข้าใจตามนี้ ทำไมทนายกล้าส่งโนติส งงในงงในงง..🥴 ไล่ไปเรียนทนายใหม่หรือต้องเรียนภาษาไทยใหม่ ยังไงดี
- แบบนี้ร้านค้าที่ถูกฟ้องสามารถฟ้องกลับได้ไหมครับ
- โออิชิเขาไม่ได้ห้ามใครทำชาเขียวใส่ขวดแข่ง มีกันเต็มตลาดไปหมด แต่แค่ห้ามใครใช้โลโก้กับยี่ห้อโออิชิแค่นั้น กระทิงแดงก็ไม่ได้ห้ามใครทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแข่ง ก็มีกันเต็มตลาดไปหมด แต่ห้ามคนใช้ชื่อกระทิงแดงแข่งแค่นั้น แต่ปังชามันเป็นทั้งชื่อสินค้าและยี่ห้อ คุณจะบอกว่าห้ามคนอื่นทำสินค้าชื่อปังชามาแข่งมันไม่ได้ ตกลงทนายงง เจ้าของร้านงง หรืองงทั้งคู่ หรือยังไง
ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก "Dr. Pete Peerapat"