"เผ่าภูมิ โรจนสกุล" ดอกเตอร์หนุ่ม 1 ใน 30 คน “เลือดใหม่” พรรคเพื่อไทย
ด้วยความมุ่งหวังจะใช้ความรู้และประสบการณ์ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์
เผ่าภูมิ โรจนสกุล “เลือดใหม่” พรรคเพื่อไทย เริ่มเข้ามาชิมลางงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทยได้ 3 ปี ทั้งในฐานะที่ปรึกษาเลขาธิการพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายด้านคนรุ่นใหม่และเยาวชนของพรรคเพื่อไทย ด้วยความมุ่งหวังจะใช้ความรู้และประสบการณ์ทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์
สิ่งที่ทำให้ เผ่าภูมิ สนใจงานด้านการเมือง เริ่มจากในช่วงเรียนปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเอกเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ การคลังสาธารณะ ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสอนให้มองโลกกว้าง ในเชิงบริบท พลวัตของโลก การเคลื่อนตัวของระบบเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเรียนวิธีการกำหนดนโยบาย กำหนดโมเดล ทำให้ประเทศสามารถเดินหน้าสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ มีความก้าวหน้าและทำให้เกิดความมั่งคั่งในประเทศ จึงหวังจะเอาความรู้ที่มีมาช่วยผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้
หลังจากสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ได้สักระยะ เขากลับมารับราชการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเป็นที่ที่ได้ร่วมทำงานกับคนเก่งๆ แต่อีกด้านก็ยังมีข้อจำกัด คือ สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ปฏิบัติบางครั้งก็ห่างไกลกัน เมื่อผ่านระบบขั้นตอนข้าราชการไปจนถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ เลยหาทางว่ามีช่องทางอื่นที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนที่มีอำนาจตัดสินใจกับเราแคบกว่านี้ คำตอบนั้นก็คือการเมือง
เผ่าภูมิ เล่าอีกว่า
สาเหตุที่เลือกทำงานกับพรรคเพื่อไทย ประเด็นแรก เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้มองปัญหาสั้นๆ หรือแก้ปัญหาอย่างไร้ทิศทาง แต่มองไกลเป็นสิบปีว่าอยากเห็นประเทศเดินมุ่งไปตรงไหนแล้วค่อยย้อนกลับมากำหนดนโยบายของพรรค นโยบายย่อยๆ ที่ทำมาในอดีตจึงสอดคล้องกับสิ่งที่มองไปสิบปีข้างหน้าตลอด อันนี้วิสัยทัศน์ของพรรค ซึ่งส่วนตัวเขาให้ความสำคัญกับเรื่องวิสัยทัศน์ในการทำงานมาก
ประเด็นที่สอง พรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์การทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศเยอะมาก นโยบายที่คนไม่เคยคิดว่าจะสำเร็จ ก็ทำให้สำเร็จได้ มีคนที่มีความสามารถสูงมาร่วมทำงาน เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนว่าสิ่งที่ทำมาในอดีตเกิดประโยชน์จริงๆ รวมทั้งมีโครงสร้างที่เป็นระบบและเปิดรับความคิดใหม่
ประเด็นที่สาม พรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งเรื่องประชาธิปไตยสูง เคารพหลักสิทธิเสรีภาพ เคารพทุกความเห็น ให้ความสำคัญกับทุกความเห็นเท่ากัน ยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ บรรยากาศในพรรคจึงเปิดกว้าง ไม่ได้เอาเกณฑ์วัยวุฒิ คุณวุฒิ รูปร่างหน้าตามาตัดสิน แต่ดูที่ความคิด มีการถกเถียงเปิดให้ทุกฝ่าย หาคำตอบที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ระบบยังปิด การเมืองจึงทำอะไรที่ทำได้เพียงแค่การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งหากระบบเปิดการเมืองคงเป็นอะไรที่ท้าทายและสนุกมาก
ครั้งหนึ่ง "เผ่าภูมิ" ได้เคยชี้แจงนโบายนี้เอาไว้ว่า
"..การกระตุ้นครั้งใหญ่ต้องเกิดขึ้นเพื่อปลุกชีวิตของประเทศขึ้นมา เราปลุกเศรษฐกิจของประเทศขึ้นมาระดับหนึ่งจากที่อยู่ไอซียู และวันนี้เราจะปลุกแรง - ปลุกด้วยเงิน 500,000 กว่าล้านบาทที่ไม่ใช่แค่ปลุกให้ฟื้นเฉย ๆ เราปลุกเสร็จ เราจะทำกายภาพบำบัด เราจะพาคนไทยวิ่งเพราะทางพรรคเตรียมโครงการไว้เยอะ.."