ในการสำรวจของ KFF เมื่อต้นปีนี้ พบว่า เหตุผลหลักที่ผู้คนงดการฉีดวัคซีนประจำปีก็คือ การที่พวกเขาเชื่อมั่นว่า ได้รับการป้องกันจากไวรัสแล้ว อันเนื่องมาจากการฉีดวัคซีนหรือการติดเชื้อก่อนหน้านี้
สังเกตุอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์ “เอริส”
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดประเภทให้ไวรัสโควิด Eris (เอริส) หรือในอีกชื่อเรียกคือ EG.5 เป็นสายพันธุ์ที่น่าสนใจ (Variants of Interest หรือ VOI) ยังไม่ถึงขั้นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern หรือ VOC) มันเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่แยกย่อยมาจากโอมิครอน XBB ปัจจุบันมีการตรวจพบแล้ว ใน 51 ประเทศ รวมทั้งในสหรัฐและอังกฤษ ที่ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
วงการแพทย์ระบุว่า
อาการเริ่มแรกของไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย (subvariant) ตัวใหม่นี้ คล้ายกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนอื่นๆ เริ่มแรกคือการเจ็บคอ โดยเฉพาะเมื่อเวลาพูดหรือกลืน นอกจากนี้ ยังอาจรู้สึกแห้งคอ หรือคันคอ และบางครั้งอาจมีคออักเสบร่วมด้วย
อีกอาการที่พบได้และคล้ายอาการหวัด คืออาการน้ำมูกไหลและมีอาการคัดจมูก ซึ่งเป็นกระบวนการป้องกันตัวของร่างกายที่สร้างเมือกใส(น้ำมูก) ออกมาขับไวรัสที่รุกรานออกไปจากร่างกาย ทั้งนี้ โอมิครอนเป็นเชื้อไวรัสที่มักพบในอวัยวะระบบทางเดินหายใจตอนบน ซึ่งรวมถึงโพรงจมูก ลำคอ และช่องปาก ขณะที่ไวรัสโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม เช่น เดลต้า พบมากกว่าในปอด
นอกจากนี้ ยังมีอาการไอหรือจาม ซึ่งเป็นกระบวนการขับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากปอดผ่านทางจมูกและปาก แต่แน่นอนว่า อาการไอจามละอองน้ำลายออกมาก็เป็นช่องทางแพร่กระจายเชื้อโรคในขณะเดียวกัน งานวิจัยพบว่า 2 ใน 3 ของการไอที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 มักเป็นไอแบบแห้งๆ และไม่มีเสมหะ บางคนอาจจะไอถี่ๆหรือไอไม่หยุดกันเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ไข้สูงไม่ใช่อาการหลักของผู้ป่วยไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์เอริส แต่พวกเขาอาจมีอาการปวดศีรษะ เสียงแหบ ปวดกล้ามเนื้อ และสูญเสียการรับรสได้เช่นกัน
อ้างอิงที่มา: WHO declares ‘Eris’ COVID strain a variant of interest; these are its known symptoms