เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดร.เอ้"ชี้ต้องให้หน่วยงานเป็นกลางสอบปมทางเลื่อนดูดขาผู้โดยสาร

29 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

"ดร.เอ้"ชี้ต้องให้หน่วยงานเป็นกลางสอบปมทางเลื่อนดูดขาผู้โดยสาร

"ดร.เอ้" ตั้งข้อสังเกต เหตุทางเลื่อนสนามบินดอนเมืองดูดขาผู้โดยสาร ชี้จุด Touch down ต้องปลอดภัยสูงสุด เมื่อเกิดเหตุระบบควรตัดทันที มองไม่เกี่ยวเรื่องอายุการใช้งาน แนะให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นกลางเข้าตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และระวังให้สัมภาษณ์กระทบภาพของประเทศ

29 มิถุนายน 2566 "ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีทางเลื่อนสนามบินดอนเมืองดูดขาผู้โดยสารจนทำให้สูญเสียอวัยวะนั้น เบื้องต้นได้เห็นภาพถ่าย จึงยังมีข้อมูลยังไม่เพียงพอ แต่ความจริงแล้วทางเลื่อนหรือบันไดเลื่อน มีระบบการทำงานที่คล้ายกันมาก

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า โดยลักษณะที่มองเห็นจากรูปภาพ คือ ขาของผู้ประสบเหตุ ถูกดูดลงไปที่ช่องสุดท้าย ซึ่งมีศัพท์เฉพาะที่เรียกว่าตำแหน่ง Touch down ซึ่งเป็นตำแหน่งต้องมีความปลอดภัยสูงสุดตามหลักวิศวกรรม และที่สำคัญโครงสร้างของตัวบันไดเลื่อน ไม่ควรที่จะผลุบลงไปได้ หรือหากเกิดเหตุ มีอวัยวะหรือชิ้นส่วนอะไรตกลงไป ระบบตัดการทำงานจะต้องทำงานทันที ซึ่งระบบการตัดทางด้านวิศวกรรมจะมีทั้งระบบไฟฟ้าและระบบเครื่องกล

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างการทำงานของระบบเครื่องกล ซึ่งจะเหมือนกับเข็มขัดนิรภัย เมื่อเข็มขัดถูกกระตุกอย่างแรงหรือมีอุบัติเหตุทางรถยนต์ สายจะดึงรั้งทันที เพราะฉะนั้นระบบบันไดเลื่อนหรือถังเลื่อนโดยปกติ ต้องมีระบบความปลอดภัยทางกล หากมีอะไรผิดพลาดจะต้องตัดระบบทันที เช่น เดียวกับระบบไฟฟ้า ที่เป็นเซ็นเซอร์ ทั้งสองแบบนี้ต้องทำงานสมบูรณ์เสมอ

"เพราะหากมีเหตุแล้วระบบยังหมุนต่อเนื่อง ก็เป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเป็นอันตรายบาดเจ็บ หรือสูญเสียชีวิต แต่ในส่วนของรายละเอียด ผมและผู้เชี่ยวชาญที่ได้พูดคุยกันถึงกรณีนี้ ยังไม่เห็นรายละเอียดมากมาย เบื้องต้นเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตเท่านั้นว่า ขาของผู้โดยสารหลุดลงไปได้ และเมื่อหลุดลงไปแล้วทำไมระบบถังเลื่อนยังคงทำงานอยู่ ทั้งที่ควรตัดระบบทันที" ดร.สุชัชวีร์ กล่าว  

สำหรับอายุการใช้งานถึง 27 ปีนั้น ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า ไม่ว่าจะใช้งานมากี่ปี แต่ตราบใดที่ยังใช้งานอยู่ ไม่ควรนำอายุการใช้งานมาเป็นสาเหตุ เพราะหากยังใช้งานทุกวัน ผู้ใช้งานก็ต้องเชื่อว่ายังมีความปลอดภัย ซึ่งส่วนตัวมองว่า ไม่น่าจะมาจากเรื่องอายุการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่มองว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ก็เป็นสิ่งที่แน่นอนเช่นเดียวกับเวลาเห็นข่าวประเทศอื่น เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังในเรื่องของการให้สัมภาษณ์ เพราะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว แต่เช่นเดียวกันเรื่องของความปลอดภัยสาธารณะ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับพลเมืองไทยหรือชาติใด ก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะอันตรายถึงชีวิต ประเทศไทยต้องพิสูจน์ว่าให้ความสำคัญ เรื่องความปลอดภัยสาธารณะภัยที่สุด 

"ผมอยากจะแนะนำผู้ที่เกี่ยวข้องว่าในการพิสูจน์หาความจริงควรจะเป็นคนกลาง ควรเป็นหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นผู้มีความรู้ในมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลาง รวมทั้งองค์กรทางด้านวิศวกรรมไม่ว่าจะเป็นสภาวิศวกรหรือวิศวกรรมสถาน และผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นกลางควรจะเข้ามาเป็นคนที่หาข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร" ดร.สุชัชวีร์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากฝากทิ้งท้ายว่า ไม่ควรโยนให้ผู้ใช้บริการ เพราะผู้ใช้บริการไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอุปกรณ์ตัวไหนจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ เพราะใช้บริการทุกวันซึ่งในกรณีที่เดินทางในสนามบินต้องรีบเร่ง ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใช้บริการ แต่เป็นหน้าที่ของผู้ดูแลรักษา และเจ้าของที่ต้องดูแลให้มีความปลอดภัย 100% ไม่ว่าจะเวลาใดก็ตาม 


 

ข่าวล่าสุด