ในช่วง“ฤดูร้อน”ของทุกปี ไม่เพียงอากาศเที่ร้อนระอุเท่านั้น เรามักพบเจอการเจ็บไข้ได้ป่วยกันง่ายขึ้น ทั้งอากาศร้อนจนเป็นลมแดด รวมทั้งการป่วยจากน้ำดื่มและอาหารที่ไม่สะอาด เนื่องจากอากาศร้อนทำให้อาหารเสียง่าย ส่งผลโรคร้ายทยอยกันมาให้เห็น โดยเฉพาะโรคทางเดินอาหาร โรคทางเดินหายใจ เป็นภัยสุขภาพที่ต้องระวัง
“ฮีทสโตรก” อาการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อน
“โรคลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” ( Heatstroke ) คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากที่อยู่ท่ามกลางอากาศร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการควรได้รับการรักษาในทันที เพราะอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ หากได้รับการรักษาที่ล่าช้า อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้
โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก
อาการของ “ฮีทสโตรก” เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป โดยร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน เพราะมีการสูญเสียน้ำจากร่างกายออกไปทางเหงื่อเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยจะมีอาการ ซึม ชัก หรือเซลล์ของอวัยวะทำงานผิดปกติ
"ฮีทสโตรก" หรือ "โรคลมแดด" โรคอันตรายที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อน อาการรุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติหรืออันตรายถึงึชีวิตได้ หากรักษาล่าช้า
สัญญาณเตือน ว่าอาจจะเป็นโรคฮีทสโตรก
- มีเหงื่อออกเยอะกับไม่มีเหงื่อออก
- ตัวร้อนมากๆ
- หายใจเร็ว
- เดินเซ
- หน้าแดงจัด
- เห็นภาพหลอน
วิธีสังเกตอาการของ "ฮีทสโตรก" (Heat stroke) หรือ โรคลมแดด
- ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงถึง 40 องศา
- ไม่มีเหงื่อออก รู้สึกกระหายน้ำมาก
- หายใจถี่ ชีพจรเต้นแรง
- ปวดศีรษะ หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป มี 6 กลุ่ม
- ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ออกกำลังกาย
- เด็กเล็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
- ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยร่างกายของคนอ้วนและผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ
- ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งแอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิต
กลุ่มเสี่ยงทั่วไป
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- เด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ
- คนที่นอนน้อย
- คนดื่มน้ำน้อย
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด มะเร็ง หรือคนที่เคยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เป็นต้น
เรา-จะหลีกเลี่ยงฮีทสโตรก ได้อย่างไร
- ดื่มน้ำให้เยอะๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่า
- ถ้าจำเป็นออกแดด หากมีอาการอย่าฝืน โดยเฉพาะอาชีพชาวสวน หรือคนที่ทำงานกลางแดด
- ไม่ทิ้งเด็กไว้ในรถระหว่างกลางแดด
คำแนะนำดีๆ สำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ
- สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
- เลี่ยงการกินยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูก
- ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ
- ใช้ครีมกันแดดที่ SPF15 ขึ้นไป สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง
- ควรดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน หรืออย่างน้อย 6-8 แก้ว เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก และเป็นเวลาที่เหมาะสม
หากสงสัยผู้มีอาการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน ควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยให้ดื่มน้ำเย็นและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ให้อยู่ในที่ระบายอากาศที่ดี ถ้ามีอาการรุนแรงหรือหมดสติควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
หากอาการหนักมากให้คนใกล้เคียง โทร. 1669 ทันที