ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 18.31 น. วันที่ 24 ก.พ.66 "ชูวิทย์" ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หัวเรื่อง "ขบวนการชน กระทรวงคมนาคม" มีรายละเอียดระบุว่า..
“ขบวนการชน” ตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับสารพัดทุจริตคอรัปชั่นทุกวงการ ทุกรูปแบบ ย่อมไม่ได้มีผมเพียงเท่านั้น ผมมั่นใจว่ามีผู้คนมากมายตั้งใจหลั่งไหลร่วมมือกับผม หากหมดสิ้นผมแล้ว อุดมการณ์นี้จะถูกส่งต่อให้ผู้ที่มีความเชื่อในการปราบปรามเรื่องราว
“การโกงทุกอย่าง ทุจริตทุกเรื่อง” ไม่ว่าวิธีตามกฎหมาย วิธีนอกรูปแบบ เมื่อมาแบบใต้ดิน การต่อสู้จะเป็นแบบใต้ดิน แรงมาก็แรงกลับ ตาต่อตาฟันต่อฟัน โดยภาคประชาชน ทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้หยุดพฤติการณ์โกงชาติบ้านเมือง ทุจริตคอรัปชั่น
วันนี้ ผมเดินทางไปกระทรวงคมนาคม เพื่อสื่อสารกับประชาชน ให้เป็นประโยชน์ต่องบประมาณประเทศ อันนำมาจากภาษีอากรของทุกคน ให้คุ้มค่า ไม่มีเงินทอนไปสนับสนุนพรรคการเมืองใด
การประมูลงานหลวงทุกประเภท การจัดซื้อทุกอย่าง หัวใจคือ “ล็อกสเปก” เพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่ง บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ได้งานไป ไม่ว่าจะงานแค่หลักแสนบาท หรือแสนล้านบาท
โครงการ “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” มีการล็อกสเปกให้ บริษัท BEM ที่มี “ช.การช่าง” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้งานโครงการช่วงที่ 2 ไป (โครงการช่วงที่ 1 เสร็จแล้ว 90%) มีการตั้งวอร์รูมที่โรงแรมใหญ่แถวซอยรางน้ำ โดย “ครูใหญ่ห้อยร้อยยี่สิบ” เจ้าตำนานอยู่เบื้องหลังคอยบงการ
“เต่าบิน” ผู้เลื่องลือเชี่ยวชาญตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ นำเอาเครื่องบินไปรับที่สนามบินจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมลับกับ “นาย ป.” และ “นกหวีด” เป็นประจำ
วางแผนการ “ล็อกสเปก” โดยทำทีเปิดกว้างให้บริษัทเดินรถไฟฟ้าทั่วโลกเข้าประมูลร่วมลงทุนได้ แต่ผู้รับเหมากลับให้เฉพาะบริษัทที่มีผลงานกับรัฐไทยที่สำเร็จแล้วในเรื่องราง และอุโมงค์
ดังนั้น จึงเหลือผู้ตรงสเปคไว้เพียง 2 เจ้า เท่านั้น ในประเทศไทยนี้ คือ
ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องกันไว้ให้ 2 เจ้านี้ เพราะทั่วโลกขุดอุโมงค์ทำรางมาก่อนไทยเป็นร้อยปี ไม่ว่าอังกฤษ อเมริกา เยอรมัน หรือจะญี่ปุ่น แต่ไม่เอา
ทั้งที่ อิตาเลียนไทย มีกรรมการติดคุก คือ เปรมชัย คดีเสือดำ ไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติ ต้องตกไปโดยปริยาย แต่คณะกรรมการคัดกรองของ รฟม. ก็ยังให้ผ่านเข้ามาป่วนการประมูลได้
โครงการนี้ BTS ถูกเตะออก เพราะคู่ค้าผู้รับเหมา คือ “ซิโนทัย” ยังไม่มีผลงานที่สร้างเสร็จเรื่องอุโมงค์ และราง กับรัฐไทย วางแผนได้เนียนดีแท้ แถมอิตาเลียนไทยยังเสนอราคาแบบไม่อยากทำ คือเอาเงินรัฐ 100,000 กว่าล้าน ทั้งที่ รฟม. กำหนดให้ใช้เงินจากรัฐได้ไม่เกิน 91,000 ล้าน
ในขณะที่ BEM กับ ช.การช่าง เสนอ 70,000 ล้าน ได้งานแบบ “ไฮโลเปิดถ้วยแทง” ล็อกคอตีเข่าไว้สองชั้น จึงเหลืออยู่เจ้าเดียว คือ “ช.การช่าง” และ “ช.การช่าง” คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BEM
แต่ผู้เสียหายคือ “ประชาชน” ที่ถูกรีดเอาภาษีไปจ่าย คนไทยจึงต้องเรียนรู้ว่า ใครทำอะไรเอาไว้ ในวันเลือกตั้ง ทำอะไรไม่ได้ก็อย่าไปเลือกให้กลับมาทำงานอีก พวกนี้มันเป็น “นกสองหัว” ไม่มีอุดมการณ์ใดๆ ยอมแหกทุกกฎ ขอเป็นรัฐบาลอย่างเดียว
คนกรุงเทพฯ ต้องจำเรื่องนี้ได้ เป็นแบบที่เคยพลาดเรื่อง “แอร์พอร์ตลิงค์” มาแล้ว 30,000 กว่าล้าน เมื่อหลายสิบปีก่อน จนวันนี้ยังไม่ฟื้นตื่นมาจากยาสลบ
ส่วนใครคิดว่า ผมได้เงินแม้แต่บาทเดียวกับการออกมาแฉโครงการนี้ ขอให้ผมวิบัติฉิบหายไป ผมไป “สภา” เอาข้อมูลให้ “โรม” ก็หาว่าผมเป็นพวกฝ่ายค้าน พอไป “ทำเนียบ” เอาข้อมูลร้อง “นายกฯ” ก็หาว่าผมเป็นพวกรัฐบาล มันทั้ง “สิ้นคิด” และ “สิ้นชาติ”
ช่างหัวมัน หากยังไม่รู้ว่าประชาชนอย่างผมจะทำเพื่อชาติก็ไม่เป็นไร แต่อย่าได้เลือกพวก “เมากัญชา” พี้กันให้เต็มที่ แต่อย่าไปเพี้ยนเลือกมันเลยครับ