ปภ. เผย 11 จว.กว่า 8 หมื่นครัวเรือนยังจมน้ำ ส่วนพื้นที่คลี่คลายเร่งฟื้นฟู
14 พ.ย. 2565 | tinakit_rat

ปภ. เผย 11 จังหวัดกว่า 8 หมื่นครัวเรือนยังจมน้ำ ประสานจังหวัดช่วยเหลือ พร้อมเร่งระบายน้ำ ส่วนพื้นที่น้ำลด เร่งฟื้นฟูเยียวยา
ข่าว
14 พ.ย. 2565 | tinakit_rat

ปภ. เผย 11 จังหวัดกว่า 8 หมื่นครัวเรือนยังจมน้ำ ประสานจังหวัดช่วยเหลือ พร้อมเร่งระบายน้ำ ส่วนพื้นที่น้ำลด เร่งฟื้นฟูเยียวยา
14 พฤศจิกายน 2565 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานร่องมรสุมพาดผ่านตอนล่างของภาคใต้ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน รวมถึงลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง
ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 17 อำเภอ 69 ตำบล 261 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,746 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 5 อำเภอ 22 ตำบล 88 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,201 ครัวเรือน ดังนี้
1. สงขลา น้ำท่วมในอำเภอสะบ้าย้อย รวม 9 ตำบล 40 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 796 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
2. ปัตตานี น้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี และอำเภอหนองจิก รวม 5 ตำบล 10 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 701 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
3. ยะลา น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา รวม 6 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 513 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
4. นราธิวาส น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผล กระทบ 218 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ขณะที่สถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมาและการระบายน้ำจากเขื่อนลงแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขา ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. - 14 พ.ย.65 เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ 59 จังหวัด รวม 353 อำเภอ 1,879 ตำบล 11,770 หมู่บ้าน
ประชาชนได้รับผลกระทบ 528,063 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 12 ราย ปัจจุบัน (14 พ.ย.65 เวลา 06.00 น.) ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 จังหวัด 23 อำเภอ 174 ตำบล 1,144 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 77,913 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องทุกจังหวัด ดังนี้
1. มหาสารคาม น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอโกสุมพิสัย รวม 12 ตำบล 96 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,033 ครัวเรือน
2. ศรีสะเกษ น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ รวม 4 ตำบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,709 ครัวเรือน
3. อุบลราชธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ รวม 9 ตำบล 45 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,884 ครัวเรือน
4. อ่างทอง น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหา รวม 46 ตำบล 251 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,211 ครัวเรือน
5. พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางซ้าย และอำเภอลาดบัวหลวง รวม 28 ตำบล 189 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,672 ครัวเรือน
6. สุพรรณบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง รวม 25 ตำบล 185 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,811 ครัวเรือน
7. นครปฐม น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามพราน อำเภอบางเลน และอำเภอนครชัยศรี รวม 50 ตำบล 344 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,593 ครัวเรือน
สำหรับการให้ความช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
โดยทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน สิ่งสาธารณประโยชน์ สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับ แจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT