ทนาย แนะ ควรเจรจาหาทางออก ยัน ไม่ฟ้องกลับ
ทั้งนี้การที่สาวทอมหนีออกมา ถือเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตนเองมองว่า ตามหลักกฎหมายถ้าสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีก็ถือว่าเป็นโมฆะ กรณีนี้เนื้อหาในสัญญา 5 ข้อ บางข้อเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น แต่ข้อกฎหมายก็บอกอีกว่า ส่วนไหนที่เป็นโมฆะก็เป็นโมฆะไป ส่วนไหนที่ยังบังคับใข้ได้ก็ยังสามารถบังคับใช้ได้อยู่
ที่ผู้เสียหายต้องการฉีกสัญญาและให้มีอิสระ ทนายความมองด้วยว่า ถ้าข้อเสนอ เป็นแบบนี้ก็ยินดี และก็ควรที่จะเจรจาหาทางออกร่วมกันได้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะข้อเท็จจริงที่ตนเองได้รับคือการลองพยายามที่จะปรับตัวเข้าหากันแล้วแต่มันไม่สามารถปรับได้ น้องเขาก็คงอาจจะอยากเลิก และลูกความตนเองก็อาจจะไปพยายามตามตื๊อทำให้น้องรู้สึกดดัน แต่การไปพยายามตื๊อ ไม่ได้เป็นการไปบังคับขู่เข็ญ พร้อมยอมรับว่า สองสามีภรรยา รักสาวหล่อ ถ้าไม่รักคงไม่ซื้อทรัพย์สินและเปย์ให้ เวลาดูเอกสารหลักฐานอะไรไม่ควรดูจากคำพูดคน แต่ควรดูเนื้อหาในของเอกสาร ข้อ1-4 เป็นเนื้อหาที่ปกป้องคู่กรณีทั้งหมด และจะไม่ไปฟ้อง
ผบก.ปคม. เตรียมเรียกสองสามีภรรยาให้ปากคำ ชี้ สัญญาบังคับใช้ไม่ได้
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. กล่าวว่า หลังรับเรื่องทาง บก.ปคม. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เบื้องต้น มีการสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อซักถามรายละเอียดทางคดีไปเมื่อวานที่ผ่านมา แต่เพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย จึงได้ประสานเชิญตัวสองสามีภรรยา ผู้ถูกกล่าวหา ให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อมูลรายละเอียดในส่วนของตัวเองด้วยเช่นกัน
“ส่วนหนังสือสัญญาข้อตกลงที่มีการทำขึ้นมาเพื่อผูกมัดนั้น จากการตรวจสอบรายละเอียดของสัญญาแล้ว พบเป็นสัญญาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ไม่สามารถบังคับใช้ได้” ผบก.ปคม. กล่าว