เนชั่นทีวี

Business

พม. เปิดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก 2569 พร้อมเปิดเวทีนานาชาติ รวมพลังเครือข่ายเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมสร้างสังคมหนึ่งเดียว

31 มี.ค. 2569

พม. เปิดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก 2569 พร้อมเปิดเวทีนานาชาติ รวมพลังเครือข่ายเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมสร้างสังคมหนึ่งเดียว

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก ประจำปี 2569 (World Social Work Day 2026) ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมสร้างความหวังและความสมานฉันท์ : เสียงเรียกแห่งการรวมพลังเพื่อสังคมที่เป็นหนึ่งเดียว (Co-Building Hope and Harmony: A Harambee Call to Unite a Divided Society) ”

โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “จากนโยบายสู่ประชาชน : ร่วมสร้างความหวังและสันติสุขผ่านงานสังคมสงเคราะห์และพลังชุมชน” พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Conference Room 4 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

นางสาวสุนีย์ กล่าวว่า งานวันสังคมสงเคราะห์โลก 2569 (World Social Work Day 2026) ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมสร้างความหวังและความสมานฉันท์ : เสียงเรียกแห่งการรวมพลังเพื่อสังคมที่เป็นหนึ่งเดียว (Co-Building Hope and Harmony: A Harambee Call to Unite a Divided Society) ” สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของงานสังคมสงเคราะห์ในการเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายบริบท ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน สำหรับงานวันนี้ถือเป็นพื้นที่สำคัญให้ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ และเครือข่ายนักสังคมสงเคราะห์ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ได้ร่วมกันสะท้อนบทบาทของงานสังคมสงเคราะห์ในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ทั้งด้านความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

พม. เปิดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก 2569 พร้อมเปิดเวทีนานาชาติ รวมพลังเครือข่ายเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมสร้างสังคมหนึ่งเดียว

นางสาวสุนีย์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันสังคมสงเคราะห์โลก ประจำปี 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทยและภูมิภาค จัดการประชุมวิชาการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ครั้งที่ 19 ประจำปี 2569 และระดับภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ครั้งที่ 9 ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Meeting) เพื่อกระตุ้นและเน้นย้ำให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตระหนักถึงความสำคัญของการขยายแนวคิดผ่านเวทีความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ 

 

พร้อมการนำเสนอบทเรียนความสำเร็จและความก้าวหน้าของงานสังคมสงเคราะห์ที่นำไปสู่การปฏิบัติและการแสดงบทบาทของงานสังคมสงเคราะห์ รวมถึงเป็นการใช้โอกาสเพื่อยกย่องการอุทิศตนของนักสังคมสงเคราะห์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการจัดบริการ กิจกรรม และโครงการด้านสังคมสงเคราะห์ สวัสดิการสังคม และการพัฒนาสังคม อีกทั้งยังเป็นโอกาสแสดงผลการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ งานสวัสดิการสังคม และการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือด้านสังคมสงเคราะห์ของภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ

ในขณะที่ นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” เพื่อปรับรูปแบบการทำงานเชิงรับไปสู่เชิงรุก มุ่งให้บริการสวัสดิการสังคมเข้าถึงประชาชนในระดับครอบครัวและชุมชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1. การลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง 2. การสร้างโอกาสในการมีรายได้ใกล้บ้าน 3. การแก้ไขปัญหาหนี้สินแบบพุ่งเป้า (พม. Restart) และ 4. การให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน “สังคมสงเคราะห์” เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกสำคัญทำหน้าที่เชื่อมโยงการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการทางสังคมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

 

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานสังคมสงเคราะห์” นับเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคม ท่ามกลางความท้าทายที่ซับซ้อนในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้าง “ความหวัง” สำหรับการลุกขึ้นยืนและพึ่งพาตนเองได้ และเมื่อประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ความเหลื่อมล้ำลดลง สิทธิมนุษยชนได้รับการปกป้อง สิ่งเหล่านี้คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการป้องกันความขัดแย้งและก่อให้เกิด "สันติสุข" ที่ยั่งยืนจากภายในชุมชนสู่ระดับชาติ เพื่อแปรเปลี่ยนความหวังและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในนามกระทรวง พม. ขอขอบคุณเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ อีกทั้งขอชื่นชมและส่งกำลังใจไปยังนักสังคมสงเคราะห์และผู้ปฏิบัติงานทุกคน ที่เป็นกลไกสำคัญในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการสังคม และโอกาสได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และยั่งยืนในอนาคตต่อไป