เนชั่นทีวี

ข่าว

ระทึก ตร. เข้าชาร์จหนุ่มจะกระโดดลานจอดรถชั้น 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

21 ต.ค. 2565 | tinakit_rat

ระทึก ตร. เข้าชาร์จหนุ่มจะกระโดดลานจอดรถชั้น 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ระทึก ตร. เข้าชาร์จหนุ่มจะกระโดดลานจอดรถชั้น 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมียน้ำตาคลอ รับเครียดถูกเต็นท์รถหลอกซื้อหลังเจ้าตัวผ่อนไม่ไหวประกาศขายดาวน์สุดท้ายรถถูกส่งต่อไปยังบุคคลอื่น เคยแจ้งความแล้วแต่ตร.ไม่รับแจ้ง อ้างมีความผิดด้วย

21 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มีเหตุประชาชนจะกระโดดจากที่สูง ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิง และกู้ภัยบรรทัดทอง ร่วมกันไปที่เกิดเหตุ

 

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นอาคารจอดรถสูง 5 ชั้น อยู่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบชายปีนรั้วชั้น 4 พยายามที่จะกระโดดลงมาด้านล่างอาคาร ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาของชายคนดังกล่าว ได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นเรื่องร้องเรียน ต่อพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กรณีถูกเต็นท์รถหลอกซื้อดาวน์รถ โดยขณะที่ภรรยาของชายคนดังกล่าว เดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อยู่ในอาการตื่นตระหนก น้ำตาคลอ และแจ้งว่า สามีหายออกจากบ้านไป 2 วัน เอาลูกไปฝากให้คนอื่นเลี้ยง และนัดหมายให้มาเจอกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนกับตำรวจ

 

“ เมื่อเช้ามาถึง ฉันก็ยังไม่ได้เจอสามี เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถาม สามีก็บอกว่า อยู่บนอาคารจอดรถ จะกระโดดลงมา เพราะเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น หาทางออกไม่ได้”

 

ตำรวจเข้าช่วยก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรม ได้อย่างปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าให้การช่วยเหลือ โดยภรรยาและผู้สื่อข่าว ได้พยายามช่วยเกลี้ยกล่อมผ่านทางโทรศัพท์ ว่าให้ลงมาคุยกันด้านล่าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ขึ้นไปเจรจาด้านบน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าชาร์จตัวชายคนดังกล่าว และช่วยเหลือลงมาได้

 

ภรรยาผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้ซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ มา ซึ่งผ่อนมาได้ 20 งวดๆ ละ ประมาณ 20,000 บาท แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาตกงาน ทำให้ครอบครัวมีรายได้ลดลง ซึ่งพยายามผ่อนรถต่อมาตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ค้างผ่อนชำระมา 5 งวด เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว จึงตัดสินใจจะขายดาวน์รถ สามีจึงโพสต์ประกาศขายในเฟซบุ๊ก ซึ่งได้มีเต็นท์รถแห่งหนึ่งติดต่อมาว่าสนใจ และนัดเข้ามาดูรถที่บ้าน เมื่อมาถึงก็ตัดสินใจจะซื้อทันที

 

“ตกลงรายละเอียดกันว่า จะจ่ายเงินดาวน์ 136,000 บาท แต่ทางเต็นท์ขอทำสัญญาว่า ขอเวลา 3 เดือน หากขายรถได้จึงจะเปลี่ยนสัญญาให้ผู้ซื้อ แต่หากภายใน 3 เดือนยังขายไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนสัญญานำรถเข้าเต็นท์ โดยในระยะเวลา 3 เดือนนี้ เต็นท์จะเป็นผู้จ่ายค่าผ่อนรถให้เอง หากผิดสัญญาจะชดเชยให้ 3 เท่า ตนจึงตกลง”

จากนั้นวันรุ่งขึ้น คือ 28 มิ.ย. คนของเต็นท์รถก็มารับรถไป และตนก็ไม่ได้ติดตามรถอีก เงินดาวน์ที่ได้มา ก็นำไปจ่ายค่างวดที่ค้างไว้ทันที และเต็นท์รถก็จ่ายค่างวดถัดไปให้ จนกระทั่งผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาถามว่า ตนเป็นเจ้าของรถใช่หรือไม่ โดยอ้างว่า ซื้อรถตนจากเต็นท์ที่นครสวรรค์ แต่เต็นท์ไม่ยอมโอน บอกว่าเจ้าของไม่ยอมโอนให้ ตนจึงเอะใจติดต่อไปยังเต็นท์รถที่ซื้อรถตนไป ทางเจ้าของก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปคุยด้วย เดี๋ยวเต็นท์จะจัดการเรื่องสัญญาให้ และได้นัดวันเปลี่ยนสัญญา

 

“ พอถึงวันก็เลื่อนนัด อ้างว่า เช็คไม่พร้อม โดยเลื่อนนัดถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่ 30 กันยายน ก็ไม่สามารถติดต่อทางเต็นท์ได้อีกเลย ส่วนทางลูกน้องของเต็นท์รถก็บอกว่า รถไม่ได้อยู่ที่เต็นท์แล้ว จึงรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็เลยไปค้นหาข้อมูลดู พบว่ายังมีผู้เสียหายที่โดนในลักษณะเดียวกันจากเต็นท์รถเต็นท์นี้อีกจำนวนมาก”

 

พร้อมกล่าวอีกว่า ล่าสุด ตนทราบแล้วว่ารถอยู่ที่ใคร โดยมีคนส่งรูปมาให้ดู ว่ามีการนำรถตนไปประกาศขาย จึงตามไปเจอกับคนที่ครอบครองรถอยู่ตอนนี้ ซึ่งบุคคลดังกล่าว ยืนยันว่า ซื้อรถมาอย่างถูกต้อง จากเต็นท์รถที่อำเภอปากช่อง ในราคา 890,000 บาท และหากตนต้องการรถคืน ก็ให้จ่ายเงินในราคานี้ ทำให้ตอนนี้ตนเครียดมาก

 

“เชื่อว่า รถไม่ได้ถูกซื้อขายต่อจริง แต่เรื่องทั้งหมดเป็นขบวนการที่รู้เห็นกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้เคยพยายามจะไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการแล้ว แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ อ้างว่าตนผิดฐานที่ยักยอกรถไฟแนนซ์ไปขาย ทั้งๆที่จ่ายค่างวดครบตามปกติแล้ว” ภรรยาผู้เสียหาย กล่าวในที่สุด

ต้นเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มคิดตัดปัญหา

ข่าวล่าสุด