จากนั้นวันรุ่งขึ้น คือ 28 มิ.ย. คนของเต็นท์รถก็มารับรถไป และตนก็ไม่ได้ติดตามรถอีก เงินดาวน์ที่ได้มา ก็นำไปจ่ายค่างวดที่ค้างไว้ทันที และเต็นท์รถก็จ่ายค่างวดถัดไปให้ จนกระทั่งผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาถามว่า ตนเป็นเจ้าของรถใช่หรือไม่ โดยอ้างว่า ซื้อรถตนจากเต็นท์ที่นครสวรรค์ แต่เต็นท์ไม่ยอมโอน บอกว่าเจ้าของไม่ยอมโอนให้ ตนจึงเอะใจติดต่อไปยังเต็นท์รถที่ซื้อรถตนไป ทางเจ้าของก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปคุยด้วย เดี๋ยวเต็นท์จะจัดการเรื่องสัญญาให้ และได้นัดวันเปลี่ยนสัญญา
“ พอถึงวันก็เลื่อนนัด อ้างว่า เช็คไม่พร้อม โดยเลื่อนนัดถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่ 30 กันยายน ก็ไม่สามารถติดต่อทางเต็นท์ได้อีกเลย ส่วนทางลูกน้องของเต็นท์รถก็บอกว่า รถไม่ได้อยู่ที่เต็นท์แล้ว จึงรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็เลยไปค้นหาข้อมูลดู พบว่ายังมีผู้เสียหายที่โดนในลักษณะเดียวกันจากเต็นท์รถเต็นท์นี้อีกจำนวนมาก”
พร้อมกล่าวอีกว่า ล่าสุด ตนทราบแล้วว่ารถอยู่ที่ใคร โดยมีคนส่งรูปมาให้ดู ว่ามีการนำรถตนไปประกาศขาย จึงตามไปเจอกับคนที่ครอบครองรถอยู่ตอนนี้ ซึ่งบุคคลดังกล่าว ยืนยันว่า ซื้อรถมาอย่างถูกต้อง จากเต็นท์รถที่อำเภอปากช่อง ในราคา 890,000 บาท และหากตนต้องการรถคืน ก็ให้จ่ายเงินในราคานี้ ทำให้ตอนนี้ตนเครียดมาก
“เชื่อว่า รถไม่ได้ถูกซื้อขายต่อจริง แต่เรื่องทั้งหมดเป็นขบวนการที่รู้เห็นกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้เคยพยายามจะไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการแล้ว แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ อ้างว่าตนผิดฐานที่ยักยอกรถไฟแนนซ์ไปขาย ทั้งๆที่จ่ายค่างวดครบตามปกติแล้ว” ภรรยาผู้เสียหาย กล่าวในที่สุด