ดังนั้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก จ.ชัยนาทถึงสมุทรปราการ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 2,700 – 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณ อ.เมืองชัยนาทและมโนรมย์ จ.ชัยนาท และ อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30 เมตร
2. ผลการดำเนินงานตามมาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2565
กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ซึ่งปัจจุบันยังคงมีฝนตกกระจายตัวทั่วประเทศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักบางแห่งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น พร้อมเร่งเดินเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือนร้อนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ตามข้อสั่งการของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
3. สถานการณ์น้ำท่วม ผลการดำเนินงานตามมาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2565
จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันตก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับสถานการณ์ “พายุโนรู” (NORUJ) ที่เข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 65 ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ รวม 35 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา สุโขทัย พิจิตร ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครสวรรค์ เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น หนองบัวลำภู อุดรธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร อุบลราชธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรีนครปฐม ปราจีนบุรี และสระแก้ว