นพ.โอภาส ย้ำว่า ขอให้แต่ละโรงพยาบาล นพ.สสจ.ช่วยติดตามดูในส่วนของโรงพยาบาล และ ผอ.รพ.ขอให้วางแผนเงินบำรุงใช้ไปข้างหน้า 3 ปี ขอให้ 1 เดือนวางแผนให้เสร็จ โดยเฉพาะความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ อย่างหากมีบ้านพักเพียงพอก็ไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ ยิ่งกลางคืน และความเป็นอยู่ของพี่น้องเรา การสร้างบ้านพัก สิ่งที่เหมาะสมคือ สร้างเป็นแฟลต มีสเปซให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีอินเตอร์เน็ต ไวไฟให้พวกเขาด้วย
ส่วนเรื่องโรงพยาบาลโดยเฉพาะในจังหวัด ซึ่งปัจจุบันการเดินทางมีรถยนต์ ยังติดเรื่องรพ.หลายที่ไม่มีที่จอดรถ เวลาของบสร้างที่จอดรถก็จะไม่ได้ ตอนนี้มีเงินบำรุงก็ทำได้ และในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างการติดโซลาร์เซลล์ โซลาร์ลูป ในการประหยัดงบประมาณ ค่าไฟฟ้าในอนาคตถูกๆคงไม่มี จึงจะทำอย่างไรให้รพ. นำเงินบำรุงมาแปลงสร้างโซลาร์เซลล์ให้เป็นรูปธรรม ขอให้มีแผนจัดการเรื่องนี้ใน 2-3 เดือน และภายใน 1 ปีรพ.ทุกแห่งต้องมีโซลาร์เซลล์ หรือโซลาร์ลูป ซึ่งจะช่วยลดคาร์บอนได้ นอกจากนี้ หลายรพ.มีปัญหาจัดการน้ำเสียก็ต้องดำเนินการ และเมื่อมีงบประมาณที่เหลือก็ควรนำมาพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ต้องสอดคล้องกับเซอร์วิสแพลน
"ขอให้ทุกหน่วยงานนำนโยบายสู่ปฏิบัติ และขอให้ยึดหลักปฏิบัติในการทำงาน 4T ได้แก่ Trust สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายต่างประเทศและเครือข่าย, Teamwork &Talent ทำงานเป็นทีม สนับสนุนคนเก่ง, Technology ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และ Targets ทำงานแบบมุ่งเป้าหมาย จัดการทรัพยากรให้เกิดผลิตภาพและบริการที่มีคุณค่า ขณะที่บุคลากรมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น มีความสมดุลของชีวิตกับการทำงาน สามารถยืดหยุ่นปรับตัวได้ในภาวะวิกฤต และขอให้ "ททท" คือ “ทำทันที” “ทำต่อเนื่อง” “ทำและพัฒนา”..” ปลัดสธ.กล่าว