"ศ.พญ. ศิรินธรา สิงหรา ณ อยุธยา" ให้ข้อมูลว่า “เมื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์ฉุกเฉินจะประเมินอาการ พร้อมแจ้งไปยังแพทย์เฉพาะทางระบบประสาท ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง หนึ่งในทางเลือกของการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันในระยะเฉียบพลัน คือการรักษาแบบรังสีร่วมรักษาระบบประสาท หรือ Neuro Intervention ด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy ทุกวันนี้มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเหลือด ปัจจุบัน ได้พยายามเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออก โดยใช้สายดูดพิเศษเพื่อดูดออก ซึ่งต้องนำสายขึ้นไปถึงบริเวณที่มีเส้นเลือดอุดตัน หรือใช้ stent ซึ่งเป็นตัวจับลิ่มเลือดแล้วดึงรากออกมา ถ้ามาทันในระยะเวลาที่รวดเร็ว ผลการรักษาก็จะดีมาก
การรักษานี้จะใช้รักษาร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย Biplane Digital Subtraction Angiography ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานของทีมแพทย์และความปลอดภัยของผู้ป่วย สิ่งที่เราใช้ในปัจจุบันเป็นเครื่องเอกซเรย์ 2 ระนาบ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในรุ่นนี้ก็จะเห็นความชัดเจนของรอยโรค ทั้งกรณีเกิดตีบตัน โป่งพอง หรือปาน ซึ่งจะเห็นได้ชัดมาก ซึ่งแพทย์ของบำรุงราษฎร์ทุกคนจะได้รับ certified board หรือได้วุฒิบัตรในการรักษาแบบรังสีร่วมระบบประสาท ซึ่งการันตีด้านความสามารถ ความพร้อมในการให้การรักษาตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน
เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยให้สังเกตอาการของโรคหลอดเลือดสมอง เช่น พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรง แนะนำว่าควรรีบมาโรงพยาบาลที่มีศักยภาพที่จะให้การรักษาครบวงจรเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสที่เซลล์ประสาทเสียหายน้อยที่สุด และมีโอกาสกลับคืนมาปกติหรือใกล้ปกติมากที่สุด ปัจจุบันการรักษาจึงไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่เหมือนแต่ก่อน ซึ่งด้วยเทคโนโลยี Minimal Invasive Surgery (MIS) จึงเน้นการเปิดแผลเล็กประมาณเข็ม ขนาด 1-2 มิลลิเมตร ช่วยลดระยะเวลาพักรักษาในห้อง ICU รวมถึงแทบไม่มีการอักเสบของการผ่าตัด และสามารถลดอาการแทรกซ้อนในการรักษาได้อีกด้วย
นอกจากแพทย์รังสีร่วมรักษาระบบประสาทจะรักษาโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังรักษาโรคหลอดเลือดไขสันหลังอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันการตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ช่วยให้แพทย์เห็นภาพไขสันหลังและอวัยวะต่างๆ ภายในไขสันหลังได้อย่างชัดเจน กรณีที่มีความผิดปกติทางหลอดเลือดของไขสันหลัง อาการจะต่างจากทางสมอง ส่วนใหญ่สมองจะเป็นซีกใดซีกหนึ่ง ขณะที่ไขสันหลังจะเป็นอวัยวะครึ่งล่างลามมาถึงครึ่งบน หรืออัมพฤกษ์ หรืออัมพาตของขาสองข้าง หลายๆ ครั้งเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูก ฉะนั้น ความละเอียดของเครื่องมือจึงมีความสำคัญมาก
ปัจจุบันบำรุงราษฎร์มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่จะช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยสามารถแยกโรคหลอดเลือดของไขสันหลังซ่อนอยู่ ออกจากโรคกระดูกเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งการใช้วิธีทางรังสีร่วมรักษา มีข้อดีคือสามารถเข้าไปรักษาได้อย่างตรงจุด แม่นยำ และช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือใกล้เคียงกับปกติได้มากขึ้น