ถ้าไม่เขาลูกผมคงแย่ ลุงกล้วยเปิดใจขอบคุณแท็กซี่คนดี
16 ส.ค. 2565

“กราบเท้าได้ผมก็จะกราบ” ลุงกล้วยเปิดใจ ขอบคุณโชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงามขับพาครอบครัว จากเมืองกรุงส่งถึงหน้าบ้าน จ.อุดรธานี
ข่าว
16 ส.ค. 2565

“กราบเท้าได้ผมก็จะกราบ” ลุงกล้วยเปิดใจ ขอบคุณโชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงามขับพาครอบครัว จากเมืองกรุงส่งถึงหน้าบ้าน จ.อุดรธานี
จากกรณีชาวโซเชียลแห่ชื่นชม หนุ่มแท็กซี่หัวใจหล่อ พบ สามี-ภรรยา อุ้มลูกน้อย นั่งร้องไห้อยู่ที่สถานีรถไฟหลักสี่ กรุงเทพฯ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า จึงโดนไล่ออกจากห้องกลางดึก ไม่มีที่ไปหมดหนทาง จึงอยากกลับบ้านที่อุดรธานี แต่รถก็หมดแล้วอีกทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินติดตัวอยู่ 500 บาท หนุ่มแท็กซี่เลยพาขึ้นรถ แล้วอาสาขับไปส่งจนถึงหน้าบ้านที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ใช้เวลาเดินทางกว่า 12 ชั่วโมง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านหลังหนึ่ง ต.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี พบนายดาวเรือง อายุ 50 ปี หรือลุงกล้วย สามี และนางสาวพรเทพา อายุ 41 ปี ภรรยา อุ้มลูกน้อยวัย 4 เดือน เปิดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า รู้สึกดีใจมากที่มีคนดีๆเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าไม่มีแท็กซี่ใจดี ลูกต้องแย่แน่ๆอาจจ้องนอนอยู่ใต้สะพานหรือริมถนน พอญาติทราบข่าวก็เดินทางขอเยี่ยม คิดว่าลุงกล้วยเสียชีวิตแล้ว เพราะไปทำงานอยู่กรุงเทพฯเกือบ 30 ปี
ต่อไปการใช้ชีวิตยังไม่คิด ขออยู่บ้านไปก่อน แต่บ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่บ้านตัวเอง เป็นบ้านพี่สาว แต่พี่สาวประกาศขายแล้ว ก็คงอยู่สักระยะ ดูว่าจะทำอะไรต่อยังคิดไม่ออก แต่ตอนนี้นอนหาวิธีคิดที่จะหางานทำและวางแผนใช้ชีวิตที่บ้านเกิดต่อไปก่อนเพราะจะเอาอย่างไร แต่ผมก็จะหางานทำเพื่อหาเงินมาดูแลลูกและเมียให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ ลุงกล้วยกล่าวอย่างมีความหวัง
ข่าวล่าสุด