"ดีเอสไอ" จ่อชงบอร์ดคดีพิเศษสัปดาห์หน้า ปม "คลังใหญ่สุราษฎร์ฯ" กักตุนน้ำมัน
03 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

"ดีเอสไอ" จ่อชงบอร์ดคดีพิเศษสัปดาห์หน้า ปม "คลังใหญ่สุราษฎร์ฯ" กักตุนน้ำมัน แฉกลโกง "เดินเรือช้า" ดึงน้ำมัน 50 ล้านลิตร
Business
03 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

"ดีเอสไอ" จ่อชงบอร์ดคดีพิเศษสัปดาห์หน้า ปม "คลังใหญ่สุราษฎร์ฯ" กักตุนน้ำมัน แฉกลโกง "เดินเรือช้า" ดึงน้ำมัน 50 ล้านลิตร
กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับคดีที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน เป็นคดีพิเศษ
3 เมษายน 2569 ล่าสุด พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ บอกสั้นๆว่า ทุกอย่างให้รอฟังจากอธิบดีดีเอสไอ รวมถึงความชัดเจนในการประชุมคณะกรรมการฯเพื่อรับเป็นคดีพิเศษตามขั้นตอนด้วย
ขณะที่ มีรายงานข่าว จากแหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมัน 6 จุด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนพบข้อมูลว่า มีคลังน้ำมันบางแห่งได้มีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะการจ่ายน้ำมันผิดปกติ เข้าข่ายเป็นการกักตุนไว้สำหรับเก็งกำไร
โดยเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค.69 ซึ่งเบื้องต้นพฤติการณ์ลักษณะที่ตรวจสอบพบนั้น เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เนื่องด้วยปริมาณคงคลังในเดือน มี.ค.69 มีปริมาณการรับเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคลัง มากกว่าการขายออกไป ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการประกอบธุรกิจในเดือน ก.พ.69 ที่มีการรับเข้าและจำหน่ายออกในภาพใกล้เคียงกัน
และนอกจากนี้ ยังการกักตุนน้ำมันปิโตรเลียม หรือมีแต่ปฏิเสธการขาย หรือประวิงการจำหน่าย โดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะคลังน้ำมันขนาดใหญ่ เป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย และถือเป็นความผิด
และความผิดปกติที่ตรวจพบ คลังน้ำมันขนาดใหญ่ 6 จุด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นจากข้อมูลของคณะทำงานพบว่า “บริษัทแห่งหนึ่ง” คือ จุดที่มีการกักตุนน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร
เนื่องจากเดิมข้อมูลในเดือน ก.พ.69 บริษัทฯ มีการขายออกน้ำมัน 1.7 ล้านลิตร
แต่พอในเดือน มี.ค.69 ที่มีการปรับลดอัตราชดเชยกองทุนน้ำมัน บริษัทฯ กลับขายออกน้ำมันเพียง 4 แสนลิตรเท่านั้น ถือว่าปริมาณน้ำมันคงค้างในคลังน้ำมันเยอะมากผิดปกติ ส่วนในจุดอื่นจะต้องมีการขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการจะรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องด้วยเรื่องดังกล่าว ทางพาณิชย์จังหวัดยังสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือพาณิชย์จังหวัดจะเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษโดยตรงกับดีเอสไอก็ได้ ซึ่งหากพาณิชย์จังหวัดได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังตำรวจสุราษฎร์ธานีก่อน และเมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเมื่อใด ดีเอสไอจึงค่อยรับโอนสำนวนและรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับทางคดีมารับไปดำเนินการต่อได้เหมือนกัน
ส่วนกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มีการตรวจสอบพบว่าในห้วงเดือน มี.ค.69 พบความผิดปกติจากการเดินเรือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเดินเรือช้ากว่าเดิมอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลทำให้เกิดการกักตุนน้ำมันจากการชะลอการเดินทาง และพบว่ามีน้ำมันที่เข้าไปเกี่ยวข้องจากการชะลอการเดินทางทั้งสิ้น 50 ล้านลิตรนั้น
แหล่งข่าวบอกด้วยว่า ข้อมูลส่วนนี้ทางดีเอสไอได้มีการประสานอย่างต่อเนื่องกับทาง ศรชล. อยู่แล้ว ซึ่งดีเอสไอ ก็ได้ขอให้ทาง ศรชล. ช่วยสกัดกั้นไว้ก่อนและสืบหาข้อมูลให้ดีเอสไอคู่ขนานกัน
และส่วนกรณีของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่มีการตรวจสอบการขนย้ายและกักตุนน้ำมันบริเวณพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดตาก (อำเภอแม่สอด) หรือจังหวัดนครสวรรค์ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 ในกรณีนี้ทางดีเอสไอต้องหารือในที่ประชุมอีกครั้ง ว่าข้อมูลจะครอบคลุมไปถึงคดีของตำรวจหรือไม่ เพราะต้องพิจารณาจากลักษณะของคดี เนื่องจากก็เป็นเรื่องปลีกย่อยที่เกี่ยวกับน้ำมันในห้วงไทม์รายเดือน มี.ค.69
และหากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ในเรื่องการสืบสวนสอบสวนข้อมูลเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันทั้งหมดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องรับโอนมาไว้ในแฟ้มสำนวนคดีพิเศษเช่นกัน แต่ก็คงต้องรอดูมติของบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ก่อนว่าจะครอบคลุมรับเป็นคดีพิเศษไปถึงพฤติการณ์คดีกักตุนน้ำมันคดีปลีกย่อย หรือต้องเป็นคดีคลังน้ำมันรายใหญ่เท่านั้น
สำหรับฐานความผิดที่ดีเอสไอจะรับดำเนินการไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษเบื้องต้น คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งฐานความผิดดังกล่าวจะต้องเสนอเรื่องเข้าสู่บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เนื่องด้วยเป็นความผิดอาญาอื่น ไม่สามารถใช้อำนาจของอธิบดีดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้
ซึ่งหากมีการประมวลเรื่องและข้อมูลคดีการกักตุนน้ำมันเข้าบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษแล้ว กรรมการภายในบอร์ดฯ ก็จะต้องพิจารณาหารือว่าจะสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษในประเด็นใดบ้าง และพฤติการณ์ทางคดีอย่างไรบ้าง
ซึ่งหากบอร์ดฯ อนุมัติรับเป็นคดีพิเศษ ทางอธิบดีดีเอสไอจึงจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และจะได้มีการแต่งตั้งพนักงาน/เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นเข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวนด้วยได้
ทั้งนี้ การจะนำเรื่องเข้าบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อขอรับมติสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษนั้น ทางดีเอสไอจะต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะเสนอเข้าบอร์ดได้ คาดว่าอาจอยู่ในช่วงสัปดาห์หน้า
#DSI #คดีพิเศษ #กักตุนน้ำมัน #น้ำมันแพง #สุราษฎร์ธานี #ศรชล #อนุทิน #ข่าววันนี้ #เศรษฐกิจไทย #กรมสอบสวนคดีพิเศษ #เก็งกำไร
ข่าวล่าสุด