นพ. กำธร ยังได้อธิบายถึงผลข้างเคียงของยาแพกซ์โลวิดว่า หากผู้ป่วยติดเชื้อซื้อยารับประทานเอง และมีการใช้ร่วมกับยาไมเกรน อาจทำให้เกิดผลปลายนิ้วดำเนื้อตายต้องตัดนิ้วทิ้ง ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากติดเชื้อ แล้วใช้ยาแพกซ์โลวิด อาจเกิดผลปฏิกิริยาร่วมกันของยาทั้งสองชนิดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้
ส่วนความกังวลเรื่องเชื้อดื้อยา นายแพทย์ กำธร ระบุว่า ส่วนตัวไม่ค่อยกังวลมาก เนื่องจากการพิจารณาให้ยาต้านไวรัสในกลุ่มผู้ป่วยโควิดเป็นการให้ยาระยะสั้น แต่ประเด็นสำคัญ คือ ห่วงในผลข้างเคียงของยา และเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น จึงไม่แนะนำให้คนที่ไม่ได้ประโยชน์จากยาไปเรียกร้องหายาต้านไวรัส ส่วนการปรับโควิดเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง นายแพทย์ กำธร ระบุว่าแนวทางการรักษายังคงเดิม แต่วิธีที่จะเปลี่ยน คือ การควบคุมโรค การแยกกัก การกักตัว การจำแนกผู้ป่วย เป็นต้น
ขณะที่ พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมการแพทย์ ระบุถึงการซื้อยาต้านไวรัสผ่านช่องทางออนไลน์หรือแหล่งจำหน่ายอื่นที่ไม่ใช่สถานพยาบาลว่า เป็นเรื่องไม่แนะนำเพราะยาอาจไม่ได้ประสิทธิภาพ เนื่องจากขั้นตอนการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง และยาเหล่านี้ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อเก็บไว้ ซึ่งการซื้อยากินเองในกลุ่มยาต้านไวรัสอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น กรณี ยาฟาวิพิราเวียร์ ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ บางรายอาจจะมีผลกระทบ เช่น ตาฟ้า ได้ ส่วนยาโมลนูพิราเวียร์ ที่มีข้อบ่งชี้ใช้ในอายุ 18 ปีขึ้นไป ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือมีผลต่อสารพันธุกรรมในมนุษย์ ส่วน ยาแพกซ์โลวิด ผลการศึกษาทางการแพทย์ พบว่ามีผลข้างเคียงกับ ยาบางชนิด เช่น ในกลุ่มยาละลายลิ่มเลือด ไมเกรน เบาหวาน เป็นต้น