ต่อมา อำเภอหล่มเก่า ได้ชี้แจงว่า ในพื้นที่ที่ปรากฏดังกล่าว เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อและพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งพื้นที่ผาหัวสิงห์ที่ปรากฎตามภาพข่าว ที่ได้มีการก่อสร้างอาคารสิ่งปลูก สถานที่พักนั้น อำเภอหล่มเก่าได้ดำเนินการตามข้อสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า พช.18 (น้ำชุน) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป่าไม้พิเศษเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่
ร่วมเข้าดำเนินการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารปลูกสร้างในพื้นที่ผาหัวสิงห์ ได้ส่งฟ้องผู้ต้องหา เรื่อง ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้าไปยึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ด้าน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก แจ้งว่า คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่และดำเนินคดี ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ปรากฏตามคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า คือคดีอาญาที่ 213/2566 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 คดีอาญาที่ 214/2566 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 และคดีอาญาที่ 282/2566 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ต่อมาได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า คดีอาญาที่ 213/2566 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 และ คดีอาญาที่ 214/2566 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ส่วนคดีอาญาที่ 282/2566 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 พนักงานอัยการมีคำสั่งให้งดการสอบสวน
โดยสาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เป็นเพราะพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง มีคำวินิจฉัยสรุปความได้ว่า พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2509 อีกทั้งบริเวณพื้นที่เกิดเหตุมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ต้องหาเข้าใจโดยสุจริตว่าที่ดินในเขตที่ทางราชการจัดสรรให้ ผู้ต้องหาจึงมีสิทธิ์ทำประโยชน์ การกระทำของผู้ต้องหาจึงขาดเจตนาในการกระทำความผิดทางอาญา
สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่าผู้ต้องหาเชื่อโดยสุจริตว่ามีอำนาจกระทำได้ แต่พื้นที่บริเวณดังกล่าวยังมีสถานะเป็นป่า ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้ในการควบคุม กำกับดูแล ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้ผู้ต้องหาหรือบุคคลอื่นใด กลับเข้าไปดำเนินการกระทำความผิดต่อไป
จึงได้สั่งการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการปักป้ายประกาศข้อความแจ้งเตือนบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ แจ้งว่าในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 การทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าเป็นการบุกรุก เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดฝ่าฝืนกระทำการต่อไป ทั้งนี้สถานะของที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2509 มอบให้กรมประชาสงเคราะห์ดำเนินการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา
แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าไม้และภูเขาสูงบางพื้นที่สูงชัน เป็นต้นน้ำลำธาร มีฝนตกหนาแน่นไม่เหมาะสมกับการจัดตั้งเป็นนิคมสร้างตนเอง ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีการสู้รบกันในพื้นที่ระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กับรัฐบาล ทำให้จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถตราพระราชกฤษฎีการองรับการจัดตั้งนิคมดังกล่าวได้
ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเพชรบูรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายและไม่สามารถดำเนินการจัดสรรพื้นที่ดินให้ราษฎรได้
พื้นที่บริเวณดังกล่าวจึงมีสถานะทางกฎหมายเป็นป่าตามมาตรา 4 (1) แห่งพระบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 อย่างไรก็ตามสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก จะส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปตรวจสอบ และดำเนินการตามหน้าที่ ต่อไป
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก "ตากล้อง ท่องเที่ยว"