เนชั่นทีวี

ข่าว

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

09 ก.พ. 2566 | sirisak_rue

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

วิเคราะห์สมรภูมิ"เลือกตั้ง66" หนนี้ ไม่ใช่แค่ชี้ชะตาอนาคตประเทศ เป็นการบอกอนาคตของ 3 ป. หากประเมินสถานการณ์ ยามนี้น่าเชื่อว่า “3ป.” ไม่น่าจะ Forever เหมือนที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้า

แนวโน้มน่าจะปิดฉากลงหลังการเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน ทว่าสังคมไทยจะหลุดพ้นจากอิทธิพลของ 3ป. ไปได้อย่างเด็ดขาด ยังต้องรอดูผลการเลือกตั้ง

พลิกความสัมพันธ์ของ 3ป. ยามนี้ “แยกกันเดิน” ชัดเจนแล้ว แน้วโน้มจะหวนกลับมา “รวมกันตี” กลายเป็นเรื่องความจำเป็นทางการเมืองมากกว่า ประเมินจากผลการเลือกตั้งออกมา 2 พรรค ระหว่าง “พลังประชารัฐ” กับ “รวมไทยสร้างชาติ” รวมกันสร้างอำนาจต่อรองได้ เกิน 100 เสียง อาจจะหันมาจับมือกัน เพื่อสืบทอดอำนาจให้ยังอยู่ในมือต่อไป

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

สถานการณ์กลับมา “รวมกันตี” ไม่ครบทั้ง 3ป. อีกต่อไป สถานะของ 3ป. ตอนนี้ ในสนามการเมือง ป.พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเก้าอี้เสนาบดีรองนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 57 ถึงปัจจุบัน ในช่วงปี 57-62 ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคงที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ก.ตร. ดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับทั่วประเทศ เรียกได้ อำนาจล้น หรือ powerful

พลิกย้อนดูเลือกตั้งปี 62 ไม่ได้ควบ รมว.กลาโหม ไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่า ลดอำนาจ  อ้างน้องมาช่วยแบ่งเบา ความจริงเป็นการ ลิดรอนอำนาจ จนเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ในทางกลับกันคนรอบตัว “บิ๊กป้อม” ได้ประโยชน์จาก powerful ในหมู่ทหารตำรวจ คนวงในรู้จักกัน ป.ที่ 4 ผู้มากบารมีคนวงในเลือดแท้ย่อมข้นกว่าน้ำ 

“บิ๊กป้อม” ลงสนามการเมือง กระชับพื้นที่เข้ากุมบังเหียน เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ มิ.ย.63 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯคนที่ 30

ขณะที่ ป.พี่รอง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งเสนาบดี “สายบุ๋น-บู๊” ครองเก้าอี้  รมว.มหาดไทย ตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจจุบัน ไม่ขยับไปตำแหน่งอื่นเลย ได้กำกับดูแลกระทรวงเดียวต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ปี  ถือเป็นตำแหน่งที่ใคร ๆ หมายปอง คุมดูแล ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังคุมหน่วยงานใหญ่ที่ดูแลพื้นที่มีความใกล้ชิดประชาชน อาทิ  6 กรมใหญ่ในสังกัด กรมการปกครอง (ปค.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรมที่ดิน (ทด.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ 6 รัฐวิสาหกิจ เกรดเอในสังกัด การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) องค์การตลาด (อต.) องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) แต่หัวโขนบทบาทการเมือง สมรภูมิเลือกตั้ง 66 มีข่าววางมือทางการเมืองหลังสิ้นสุดรัฐบาลชุดนี้ โดยคนใกล้ชิดการันตี "วางมือแน่"

ไม่ธรรมดา ป.น้องเล็ก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรียาวมาตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจจุบัน ฝ่ามรสุมการเมืองระยะเวลาการดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีมาได้ตลอดรอดฝั่ง ยุคเลือกตั้งปี 62 ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งเค้ก (ดึงงานพี่ใหญ่มาดูเพิ่ม) อดีตเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ “ไผ่แยกกอ” ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศตัวเป็น “แคนดิเดตนายกฯ” ของรวมไทยสร้างชาติ กำลังพิจารณาลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1 ของพรรค รทสช.

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

“อดีตสู่ปัจจุบัน” ไม่ต้องพิจารณาปมความขัดแย้งใด ๆ ในหมู่พี่น้อง 3ป. เส้นทางแยกกันเดิน  ป.พี่รอง “บิ๊กป๊อก” น่าจะวางมือถอนทัพ เลิกเล่นการเมือง ปลีกวิเวกไปหาความสุขในห้วงเวลาที่เหลือแน่นอน

กาลเวลาเปลี่ยน กลยุทธ์เปลี่ยน ทางเดินพี่น้อง 2 ป. “บิ๊กป้อม- บิ๊กตู่” แปรสภาพกลายเป็นคู่แข่งทางการเมือง ห้ำหั่นกันเอง ไม่น่าจะเล่นละครขัดแย้งหรือ ปาหี่การเมือง ต้องพิสูจน์งานการเมืองตามแนวที่ตัวเองถนัดเพื่อสร้างฐาน ส.ส. รวมกัน 2 พรรคให้ได้ใกล้เคียงพลังประชารัฐ เมื่อปี 62 ลบจุดอ่อนคะแนนนิยมตก เนื่องจาก 2 ป. ชิงปาดหน้ากัน ชิงลงพื้นที่ ชิง “ขุนพล-ขุนศึก” ชิง “ส.ส.เกรดเอ”  ชิงผลงานนโยบาย หาเสียงเสนอผลงานเพื่อดึงผลเลือกสู่อุ้งมือพรรคตนเอง นั้นคือ “เป้าหมายหลัก”

ตัวแปรสำคัญ ผลการเลือกตั้งออกมา 2 พรรค รวมกันไม่ถึง 100 เสียง ยังมีเงื่อนไขที่น่าสนใจ ถ้า “บิ๊กป้อม - พลังประชารัฐ” ได้ ส.ส.มากกว่ารวมไทยสร้างชาติ “บิ๊กป้อม” ย่อมต่อรองขึ้นเป็นนายกฯ แล้ว “บิ๊กตู่” จะยอมหรือไม่ ถ้าร่วมรัฐบาลกัน “บิ๊กตู่” จะลงเสลี่ยง ถอยกลับมาเป็น “รองนายกฯ” แทน “บิ๊กป้อม” หรือเปล่า เพราะเคยเป็นนายกฯไปแล้ว 

สมรภูมิเลือกตั้ง66 พี่น้อง "3 ป." ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

แล้วถ้า “ภูมิใจไทย” ได้ ส.ส.ตามเป้าเกินร้อย กลายเป็นพรรคอันดับ 1 ของขั้วไม่เอา “เพื่อไทย” อนุทิน ชาญวีรกูล หรือเสี่ยหนู ย่อมขึ้นเป็น “นายกฯ” แล้ว 2ป. จะยอมเป็นรองให้หรือไม่ หรือจะนำเสียง ส.ว. มาบีบภูมิใจไทย หากเป็นแบบนั้นสังคมจะว่าอย่างไร 

ดังนั้นสถานการณ์นับจากนี้ไป “เสียงข้างมาก” ภูมิใจไทย อาจเปลี่ยนไปจับมือกับอีกขั้วหนึ่ง “เพื่อไทย” ตามครรลอง “ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร” บนสมรภูมิการเมือง ย่อมมีแนวโน้มสูงเช่นกัน

ฟากฝั่ง “ฝ่ายประชาธิปไตย” จับมือตั้ง “รัฐบาล” เพื่อไทยกับก้าวไกล ย่อมเป็นไปตาม “คนแดนไกล” อกมาประกาศตลอดเวลา ทั้ง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กตู่” อาจกลายเป็นฝ่ายค้านร่วมกันบนสูตรคณิตศาสตร์การจัดตั้งรัฐบาลเกิน 350 เสียง เพื่อปิดสวิตช์ไม่ต้องลุ้นการโหวตของ ส.ว. ที่ยังมีสิทธิเลือก “นายกฯ” อีกรอบ

ในที่สุดแล้วเงื่อนไขการต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลจะออกมาใรรูปแบบใดขึ้นอยู่กับคะแนนเสียง ส.ส.ที่เป็นแบบเขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน บนกติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ดังนั้นจึงเห็นพรรคการเมืองยังรักษาท่าที ปฏิเสธดีลจับมือก่อนผลการเลือกตั้งจะออกมา

ท่ามกลางกระแสบางพรรคซุ่มดีลทางลับเสนอเงื่อนไขกัน เนื่องจากการเมืองเป็นเรื่องของการเข้าสู่อำนาจที่ต้องมีการเจรจาต่อรอง บนเงื่อนไขข้อตกลงสมประโยชน์ของทุกกลุ่มทุกฝ่าย นับถอยหลังจากนี้ไปไม่ไกลเกินลุ้น ต้องรอการตัดสินจากประชาชนเจ้าของสิทธิเจ้าของเสียงจะกาเลือกให้พรรคใดเป็นผู้ชนะบนสนามเลือกตั้ง 66

ข่าวล่าสุด