คดีนี้สู้คดีกัน 3 ศาล โดย ศาลฎีกา พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชนะคดี ดังนั้น จังหวัดภูเก็ต จำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ได้มอบอำนาจให้ นายกอบจ.เชิงทะเล นายอำเภอถลาง เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมือง และเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอถลาง รวม 4 คน เป็นผู้รับมอบอำนาจและต้องดำเนินการร่วมกัน
การขับไล่รื้อถอน ภาคแรก เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 จังหวัดภูเก็ต ขอศาลออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ออกไปปิดประกาศขับไล่รื้อถอน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 แจ้งให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารร้องแสดงอำนาจพิเศษภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 มีผู้ร้องแสดงอำนาจพิเศษ 5 ราย ได้แก่ เจริญ เสงี่ยมศักดิ์ศรี ที่ 1 / ภาวิดา ไตรปั่น ที่ 2 / ประดิษฐ์ อุดม ที่ 3 / กนกพล สมรักษ์ ที่ 4 / ปรีชา ถาวร ที่ 5 คดีนี้สู้คดีกันอีก 3 ศาล ซึ่งศาลฎีกา ตัดสินว่า ผู้ร้องแสดงอำนาจพิเศษทั้ง 5 ราย ไม่มีสิทธิบนที่ดิน
การขับไล่รื้อถอน ภาคที่สอง ปี 2564 จังหวัดภูเก็ต ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดิน 178 ไร่ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 แต่ดำเนินการได้เพียงบางส่วน และมีผู้ขัดขวางการรื้อถอน โดยอ้างว่าได้ฟ้องจังหวัดภูเก็ต เป็นคดีต่อศาลจังหวัดภูเก็ต
ขณะเดียวกัน ได้มีผู้เข้ามาถืดครองในที่ดินพิพาท 178 ไร่ จำนวนมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่คู่ความได้ต่อสู้ตามกระบวนการศาลจนครบถ้วนแล้ว การขับไล่รื้อถอน ภาคภาคที่สาม หรือ "ไตรภาค" จึงเริ่มดำเนินการเมื่อวันนี้ 30 ก.ย.2565 โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานกว่า 20 หน่วย โดยปฎิบัติการรื้อถอนเป็นไปด้วยดี ไม่มีผู้คัดค้าน
ปัจจุบัน หาดเลพัง หาดลายัน กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่าวชาติ ตราบใดที่มีผลประโยชน์ล่อตาล่อใจ ย่อมมีผู้พยายามหาวิธีการที่จะเข้ามายึดถือครอบครองที่ดิน 178 ไร่ นี้ให้ได้
ดีเอสไอ ในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และเป็นเจ้าของคดีพิเศษที่ 23/2562 ดังนั้น นับจากวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ถ้ามีผู้ใดแอบอ้างเอกสารสิทธิ์หรือเจตนาครอบครองที่ดินแปลงนี้ ผู้พบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้เป็นไปตามสโลแกน "DSI เข้าถึงง่ายได้ความยุติธรรม"
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ณรงค์ วุ่นซิ่ว กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ช่วยให้พื้นที่หาดลายัน และหาดเลพัง พื้นที่ 178 ไร่ ได้กลับมาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้ชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติได้ใช้ร่วมกัน
เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทขึ้นอีก จังหวัดภูเก็ต จะเร่งดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ 178 ไร่
อย่างเช่นชาวบ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล ได้ใช้ประโยชน์เก็บผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในพื้นที่ 178 ไร่ โดยไม่ต้องกังวลจะมีคนมาขับไล่