"ในหลวง-ราชินี" ถวายน้ำสรงพระบรมศพ "สมเด็จพระพันปีหลวง"
26 ต.ค. 2568

ในหลวง-พระราชินี ถวายน้ำสรงพระบรมศพ "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ถวายเกียรติยศสูงสุด พระโกศทองใหญ่-เศวตฉัตร 9 ชั้น
ข่าว
26 ต.ค. 2568

ในหลวง-พระราชินี ถวายน้ำสรงพระบรมศพ "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ถวายเกียรติยศสูงสุด พระโกศทองใหญ่-เศวตฉัตร 9 ชั้น
วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) เวลา 17.04 นาฬิกา ขบวนรถเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าภายในพระฉาก ซึ่งพระบรมศพฯ บรรทมอยู่บนพระแท่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงคม
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพฯ ทรงกราบ
ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบรมวงศานุวงศ์ ถวายน้ำสรงที่พระบาทพระบรมศพฯ
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับหม้อทองคำลายกลีบบัวบรรจุน้ำสรง ผอบแก้วบรรจุน้ำขมิ้น และผอบแก้วบรรจุน้ำสุคนธ์ จากเจ้าพนักงานสนมพลเรือน ทรงสรงที่พระอุระพระบรมศพ
ต่อจากนั้น ทรงหวีพระเกศาพระบรมศพฯ ขึ้นครั้งหนึ่ง ทรงหวีลงครั้งหนึ่ง แล้วทรงหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้นวางไว้ในพาน ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่
จากนั้น ทรงวางซองพระศรีทองคำลงยาบรรจุดอกบัวตูม และธูปเทียน ที่พระอุระพระบรมศพฯ ทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายดุนมีพระกรรณปิดพระพักตร์ ทรงวางพระชฎาทองคำลงยาข้างพระเศียรพระบรมศพ
ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญพระหีบพระบรมศพ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญพระหีบพระบรมศพขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง พระตำรวจหลวงคลุมผ้าเยียรบับบนพระหีบพระบรมศพ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ คลุมพระหีบพระบรมศพด้วยธงสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงใหญ่ เสร็จแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ขณะนั้น เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 11 รูปในจำนวน 93 รูปเท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ
เมื่อเจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร 11 ไตร (เที่ยวแรก) พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 11 รูป จำนวน 2 เที่ยว และเที่ยวละ 10 รูป จำนวน 6 เที่ยว ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วประทับพระราชอาสน์
พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ครบ 4 จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระราชาคณะ 1 รูปที่จะถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป นั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
ทั้งนี้ ตลอด 100 วันพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ประจำทั้งกลางวัน กลางคืน, รับพระราชทานฉันเช้า และฉันเพล มีการประโคมย่ำยาม ในเวลา 6 นาฬิกา, 9 นาฬิกา, 12 นาฬิกา, 15 นาฬิกา, 18 นาฬิกา, และ 21 นาฬิกา ตามลำดับ ซึ่งการประโคมย่ำยาม เป็นการประโคมดนตรี มีเฉพาะของงานเครื่องสูงสำนักพระราชวัง เท่านั้น ประกอบด้วย วงแตรสังข์ และวงปี่ไฉนกลองชนะ
ข่าวล่าสุด