ทั้งนี้ ทางเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมไม่ให้เกินระดับ +16.60 เมตร/รทก. และคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มสูงขึ้น อยู่ในเกณฑ์ 500 - 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตราดังกล่าว
จะส่งผลทำให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงบริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1-1.50 เมตร อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวยังคงต่ำกว่าตลิ่งลำน้ำ
สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและการเกษตรของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากในอนาคตมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางสำนักงานฯ จะแจ้งให้ทราบในประกาศฉบับต่อไป
สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569) มีรายละเอียดดังนี้:
-สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์: มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,058 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท: ระดับน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.56 เมตร/รทก. ส่วนระดับน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 8.60 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำยังคงห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 7.74 เมตร
-อัตราการระบายน้ำปัจจุบัน: เขื่อนเจ้าพระยาตรึงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความสูญเสียจากสถานการณ์น้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร ผู้เลี้ยงปลากระชัง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
#เขื่อนเจ้าพระยา #เตือนภัยน้ำท่วม #ชลประทานที่12 #ระบายน้ำ #แม่น้ำเจ้าพระยา #น้ำลุ่มเจ้าพระยา #น้ำเหนือหลาก #ชัยนาท #อยุธยา #ข่าวสถานการณ์น้ำ