เนชั่นทีวี

ข่าว

"บ้านดอนเตย" นครพนม ตอกย้ำต้นแบบ" ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ

12 พ.ค. 2569

"บ้านดอนเตย" นครพนม ตอกย้ำต้นแบบ" ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ

“บ้านดอนเตย” นครพนม โชว์ผลลัพธ์จริง เปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงสู่พลังสร้างสุข ตอกย้ำต้นแบบ “ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ” ยกระดับคุณภาพชีวิตถึงระดับครัวเรือน

ปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็น “รากของปัญหา” ที่เชื่อมโยงไปสู่สุขภาพที่ถดถอย ปัญหาหนี้สิน เกิดความขัดแย้งในครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่ลดลง ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องก้าวข้ามการรณรงค์ให้เลิกดื่มเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ “การเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง” เป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาชีวิต โดยเน้นการทำงานเชิงลึกในระดับบุคคลและครอบครัว

น.ส.พิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ภายใต้ มูลนิธิวิถีสุข กล่าวว่า โครงการได้พัฒนากระบวนการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่าน “แผนคุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ” ครอบคลุมทั้งสุขกาย สุขใจ สุขการงาน สุขการเงิน สุขความสัมพันธ์ สุขสังคม สุขปัญญา และสุขจิตวิญญาณ โดยมุ่งพัฒนาแกนนำในชุมชน เช่น กลุ่มคนหัวใจเพชร และกลุ่มพลังหญิง ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และดูแลผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสิ่งเสพติดได้อย่างใกล้ชิด

"บ้านดอนเตย" นครพนม ตอกย้ำต้นแบบ" ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ  

“หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การหยุดพฤติกรรม แต่คือการ ‘เปลี่ยนวิถีชีวิต’ เพราะการดื่มมักเชื่อมโยงกับความเครียด ปัญหาการเงิน หรือความสัมพันธ์ หากไม่แก้ทั้งระบบก็มีโอกาสกลับไปดื่มซ้ำ ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้จึงต้องช่วยให้คนฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ สร้างรายได้ ลดหนี้สิน พัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว และค้นพบเป้าหมายชีวิตใหม่” น.ส.พิมพ์มณี กล่าว

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือผู้เข้าร่วมสามารถลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ และร่วมกันสร้าง “ชุมชนเปี่ยมสุข” ที่คนในชุมชนดูแลกันเอง และมีวิถีชีวิตปลอดอบายมุขอย่างเข้มแข็ง

"บ้านดอนเตย" นครพนม ตอกย้ำต้นแบบ" ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ

ด้าน นางบุญชู นพบูรณ์ แกนนำกลุ่มสตรีชุมชนร่วมใจดอนเตย อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวของ “กลุ่มสตรีนางรำ” ที่เห็นปัญหาการดื่มในชุมชนส่งผลกระทบต่อครอบครัว จึงลุกขึ้นมารณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา พัฒนาเป็นคณะทำงานในชื่อ “กลุ่มพลังหญิง” ร่วมกับ “ชมรมหัวใจเพชร จ.นครพนม” และเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน อาสาทำหน้าที่ “ชวน ช่วย เชียร์” ให้คนในชุมชนลด ละ เลิกเหล้า และค่อย ๆ พัฒนาเป็นการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงคนในระดับครัวเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ติดตามผลทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

นางบุญชู  กล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานดังกล่าว เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างชัดเจน โดยชุมชนสามารถเปลี่ยนจาก “งดเหล้า” ไปสู่ “เปลี่ยนชีวิต” เกิดคนต้นแบบ “หัวใจหิน-หัวใจเหล็ก-หัวใจเพชร” ที่เลิกเหล้าได้จริง ลดพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ โดยเฉพาะงดเหล้าในงานศพ และทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ลดความขัดแย้งและความรุนแรงในครอบครัว และมีโรงเรียนผู้สูงอายุเป็นกลไกหลักในการดูแลใจคนในชุมชน

"บ้านดอนเตย" นครพนม ตอกย้ำต้นแบบ" ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ

เกิดผลลัพธ์เชิงระบบ ผ่านการพัฒนา “กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน – ฌาปนกิจปลอดเหล้า” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสวัสดิการชุมชนที่คุ้มครองทั้งครอบครัว และกำหนดเงื่อนไขงานศพปลอดเหล้า ส่งผลให้ลดภาระค่าใช้จ่าย และเปลี่ยนค่านิยมจาก “งานศพต้องมีเหล้า” เป็น “งานศพต้องดูแลกัน” อีกทั้งเกิดข้อตกลงทางสังคมที่ทุกคนยอมรับร่วมกันนอกจากนี้ กลุ่มพลังหญิงยังยกระดับบทบาทเป็น “ออร์แกไนเซอร์ชุมชน” ช่วยจัดงานศพแบบครบวงจร ดูแลตั้งแต่การเตรียมทีมเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการนิมนต์พระและปัจจัยต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าภาพที่กำลังโศกเศร้าถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งการจัดอาหารแบบข้าวกล่อง เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่ให้เหลือทิ้ง และป้องกันปัญหาคนข้างบ้านมาสั่งให้เจ้าภาพทำอาหารเลี้ยงฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น ช่วยบริหารงบประมาณ และการเป็นกันชนทางสังคมให้กับเจ้าภาพ ช่วยลดแรงกดดันและทำให้การจัดงานปลอดเหล้าเกิดขึ้นจริง จนกลายเป็นรูปธรรมของการที่ชุมชนสามารถออกแบบระบบดูแลกันเองในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

น.ส.พิมพ์มณี กล่าวทิ้งท้ายว่า ชุมชนบ้านดอนเตยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาที่เริ่มจาก “การเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง” ในระดับบุคคลและครอบครัว ก่อนขยายสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด การสร้างเสริมสุขภาวะ และการฟื้นฟูแบบองค์รวมนำไปสู่การสร้าง “ชุมชนเปี่ยมสุข”

“สิ่งสำคัญคือ กระบวนการเราไม่ใช่แค่หยุดดื่ม, หยุดสูบ, หยุดเสพ แต่ทำให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงในทุกมิติ ทั้งสุขภาพ รายได้ ความสัมพันธ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกัน” บ้านดอนเตย จึงไม่ใช่แค่ชุมชนปลอดเหล้า แต่คือ ต้นแบบของการเปลี่ยน ‘พฤติกรรมเสี่ยง’ ให้เป็น ‘พลังสร้างสุข’ อย่างยั่งยืน