“ถ้ามาดี ควรโทรแจ้ง ไม่ใช่บุกงัดประตู ทำลายกล้องวงจรปิด ดิฉันมองว่าเป็นการบุกรุกและคุกคามชัดเจน ตอนนี้ไม่กล้าเข้าบ้าน ไม่กล้าออกหาเสียง เพราะกลัวจะถูกทำร้าย” ผู้เสียหายกล่าว
ผู้เสียหายยังระบุว่า บ้านทุกหลังสร้างจากเงินกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปัจจุบันมีภาระหนี้ประมาณ 3.5 ล้านบาท โดยฝ่ายชายไม่เคยมีส่วนร่วมในการผ่อนชำระหรือปลูกสร้างแต่อย่างใด
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ได้รับคำตอบว่า “เหตุยังไม่เกิด” จึงยังไม่มีการบันทึกประจำวัน ทำให้ผู้เสียหายกังวลใจอย่างหนัก เนื่องจากยังถูกข่มขู่ว่า “มึงได้แต่ลง มึงไม่ได้เป็นดอก” สร้างความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเองและทีมงานหาเสียง
นางสาวพัชราภรณ์ ระบุว่า หลังจากนี้จะเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ พร้อมบันทึกประจำวัน และเดินหน้าดำเนินคดีฟ้องหย่าอีกครั้ง รวมถึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังคุ้มครองความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และเกรงว่าจะถูกทำร้าย
พร้อมกันนี้ยังฝากถึงมูลนิธิและองค์กรด้านสิทธิสตรี ให้เข้ามาช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุกคามและข่มขู่ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเหตุร้ายขึ้นก่อนจึงจะมีการดำเนินการทางกฎหมาย โดยย้ำว่า “หากเกิดอะไรขึ้น หลักฐานเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่สุด”