เพราะฉะนั้นเรื่องการทำกระเช้า ตนเองก็เชื่อว่าทางกรมอุทยานฯก็เห็นด้วยในครั้งนี้ และท่านอธิบดีฯคงเห็นว่าเรากำลังจัดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ คือการทำแหล่งท่องเที่ยวในอุทยาน ท่านก็คงเสนอเรื่องอื่นๆเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่ว่าเรื่องนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังศึกษากัน
ขอย้ำว่าการที่ได้งบประมาณ 25.7 ล้าน เป็นงบเรื่องของการออกแบบและทำ EIA เท่านั้น และส่วนต่อมาคือการออกแบบนี้ ในส่วนขององค์ประกอบก็ได้มีการพูดคุยกันในหลายประเด็นว่า กระเช้าเราไม่ได้ทำเพื่อเพิ่มนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เราต้องการสามารถขนคนได้ สามารถใช้ได้ในยามฉุกเฉิน และสามารถช่วยในการบริหารจัดการเรื่องขยะของภูกระดึงได้ ซึ่งก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ และสามารถช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ด้วย
เราจะเห็นเรื่องในอดีตการที่จะเอาอะไรขึ้นภูกระดึง อย่างมีเหตุไฟไหม้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ที่เป็นอุปกรณ์หนักอย่างรถไถ สิ่งเหล่านี้ในอดีตเราจำเป็นที่ต้องแยกชิ้นส่วนให้คนแบกขึ้นไป ต้องใช้แรงงานเจ้าหน้าที่ แรงงานลูกหาบ อันนี้ก็คือส่วนที่เราใช้เป็นข้อกำหนดอย่างหนึ่งในการออกแบบว่า ผู้ที่จะออกแบบกระเช้าต้องสามารถตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นการทำกระเช้ามันจะช่วยในการบริหารจัดการ ช่วยให้เรารักษาสิ่งแวดล้อมและรักษาภูกระดึงได้ดีขึ้น นี้คือจุดประสงค์ที่เราต้องการออกแบบในครั้งนี้
ทั้งนี้ การออกแบบและการทำ EIA น่าจะต้องทำไปพร้อมกัน เนื่องในการออกแบบจำเป็นต้องมีว่า จะใช้เสาขนาดเท่าไร จะต้องขุดหลุมไปเท่าไร ฐานจะต้องใช้ขนาดเท่าไรจะวางที่จุดไหนบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งที่ต้องคำนึ่งการทำผลสำรวจผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น การออกแบบและการทำ EIA ต้องทำไปพร้อมกัน โดยการออกแบบต้องให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และต้องอยู่ในมาตรฐานของ EIA