งามไส้! รวบอดีตรองนายกฯ พร้อมเลขา เอี่ยวแก๊งคอลชาวจีน
28 ก.พ. 2568 | titayu_pur

งามไส้! “ตำรวจไซเบอร์” รวบอดีตรองนายกเทศมนตรีพร้อมเลขา เอี่ยวแก๊งคอลชาวจีน ส่วนอีกคดีทลายแก๊งสแกมเมอร์ทำเหยื่อสูญเงินกว่า 10 ล้าน
ข่าว
28 ก.พ. 2568 | titayu_pur

งามไส้! “ตำรวจไซเบอร์” รวบอดีตรองนายกเทศมนตรีพร้อมเลขา เอี่ยวแก๊งคอลชาวจีน ส่วนอีกคดีทลายแก๊งสแกมเมอร์ทำเหยื่อสูญเงินกว่า 10 ล้าน
28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (สอท.5) หรือ ตำรวจไซเบอร์ จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ศุภกร ผิวอ่อน ผบก.สอท.5 แถลงผลการจับกุม นางเรวดี ทีปไพบูลย์ หรือ เจ๊เล็ก อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลจันดี เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ กับ น.ส.ดุษฎี ฯ เลขาคนสนิท ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ฯ , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจรและร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
โดยคดีนี้มีผู้ตกเป็นผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 72 คน เป็นคนไทย 20 คน และคนสัญชาติจีน 52 คน โดยจับกุมเจ๊เล็กได้ในพื้นที่ จ .นครศรีธรรมราช โดยในชั้นการจับกุมทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ข้อให้การในชั้นสอบสวน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ “โกหยาง” เป็นชาวจีน สามีของเจ๊เล็ก
ส่วนคดีที่ 2 แถลงผลการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ จับกุม 3 ผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ลวงให้รักผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดัง หลอกลวงเหยื่อนักธุรกิจชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี สูญเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยตำรวจปิดล้อมตรวจค้นจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ
1. น.ส.ขวัญธิดาฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จ.108/2568 ลงวันที่ 25 ก.พ.2568 ตัวการหลักในการหลอกลวง จับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 2. นายธนภัทรฯ อายุ 20 ปี บัญชีม้า ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จ.109/2568 ลงวันที่ 25 ก.พ.2568 เป็นหลานชายของ น.ส.ขวัญธิดาฯ จับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และ 3.นางธัญสมร ฯ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จ.110/2568 ลงวันที่ 25 ก.พ.2568 ได้ที่บ้านพัก ใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพ และเป็นน้าสาวของ น.ส.ขวัญธิดา ฯ
ทั้ง 3 คน ถูกแจ้งกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ฯ และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ฯ โดยพฤติกรรมคดีนี้เป็นการหลอกลวงผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจชายหนุ่มชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดี หลอกให้เหยื่อหลงรักและโอนเงินให้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
สอบถาม น.ส.ขวัญธิดา ฯ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า มีหนี้สินจำนวนมาก จึงได้ปลอมโปรไฟล์โดยนำภาพของหญิงสาวบุคคลอื่นที่หน้าตาดี มาตั้งเป็นภาพส่วนตัวเพื่อเลือกเหยื่อที่มีฐานะดีในแอปพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นจะพูดคุยหว่านล้อมให้เหยื่อคิดว่าเป็นคนรักกัน และให้การช่วยเหลือเรื่องเงิน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินให้ ก่อนที่จะตีตัวออกห่าง ไม่ติดต่อกับผู้เสียหาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ร่วมขบวนการนั้นเป็นบัญชีม้า ที่ น.ส.ขวัญธิดา ฯ ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.ขวัญธิดา ฯ พบว่ามีการถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้อยู่หลายคดี และบางคดีอยู่ในชั้นอัยการหรืออยู่ระหว่างรับสภาพหนี้ เพื่อยุติคดีความกับผู้เสียหายรายอื่น