ตรวจยึดสวนทุเรียนรุกที่ อ่างห้วยแร้ง ยังไม่พบผู้กระทำผิด
22 ก.พ. 2568 | thunchanok_kul

กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลุยตรวจสอบ ปมรุกที่ดิน อ่างห้วยแร้ง ทำสวนทุเรียน จนท.ตรวจยึดที่กว่า 100 ไร่ ยังไม่พบผู้กระทำผิด
ข่าว
22 ก.พ. 2568 | thunchanok_kul

กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลุยตรวจสอบ ปมรุกที่ดิน อ่างห้วยแร้ง ทำสวนทุเรียน จนท.ตรวจยึดที่กว่า 100 ไร่ ยังไม่พบผู้กระทำผิด
22 กุมภาพันธ์ 2568 นายชีวะภาพ ชีวธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง กรณีการบุกรุกที่ดิน และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรธรรมชาติอ่างห้วยแร้ง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด โดยมี นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าฯ จ.ตราด นายสุเมธ ตะเพียนทอง นายอำเภอบอ่ไร่ นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ ผอ.โครงการชลประทานตราด นายปฎิยุทธิ์ บูรณพัฒน์ ผอ.ศูนย์ป่าไม้ตราด ทหารชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 1 บ่อไร่ ตชด.116 บ่อไร่ ฝ่ายปกครอง กำนัน ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตร.2 ให้การต้อนรับ และรายงานรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากนั้นคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าพื้นที่แปลงที่ตรวจยึดจับกุม ริมอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่สวนทุเรียนที่เพิ่งปลูก ซึ่งพื้นที่แปลงดังกล่าวเจ้าหน้าที่ชลประทานตราด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ศูนย์ป่าไม้ตราด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับตรวจยึดไว้แล้ว 100 กว่าไร่ แต่ไม่พบผู้กระทำผิด และไม่มีผู้ใดมาแสดงตัว
โดย นายชีวะภาพ ชีวธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา บอกว่า ได้รับการร้องเรียนว่ามีการตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่อ่างห้วยแร้ง ซึ่งคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานงาน ติดตาม และลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้เจ้าหน้าที่ใช้ยาแรง คือ “จับจริง เอาผิดจริง” ซึ่งต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของกลุ่มบุกรุกว่า เป็นกลุ่มทุนจีนหรือนอมินีหรือไม่ โดยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก เบื้องต้น จะใช้ มาตรา 25 จับ ปรับ เอาผิด โดยกระบวนการน่าจะจบสิ้นภายในเวลา 30 วัน
ขณะที่ นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ ผอ.โครงการชลประทานตราด กล่าวว่า กรมป่าไม้จะร่วมกับกรมชลประทาน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลอาสิน และจะจัดงบประมาณมาทำการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ดังกล่าว
สำหรบกรณีการบุกรุกพื้นที่เขาบ่อพลอย นายชีวะภาพ ชีวธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา บอกว่า ต้องรอตรวจสอบเอกสารสิทธิผู้ครอบครองอีกครั้งว่าได้มาอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ ถึงจะดำเนินการติดตามต่อไปได้